ข่าวอวกาศ

SETI เผยผลสแกนวัตถุระหว่างดาว “3I/ATLAS” ไร้ร่องรอยเทคโนโลยีต่างดาว

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเซติ (SETI Institute) ได้ออกมาเปิดเผยผลการค้นหาสัญญาณทางเทคโนโลยีจาก 3ไอ/แอตลาส (3I/ATLAS) ซึ่งเป็นวัตถุระหว่างดวงดาวดวงที่สามที่เดินทางเข้ามาเยือนระบบสุริยะของเรา โดยทีมวิจัยได้ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุอัลเลน (Allen Telescope Array: ATA) ที่หอดูดาววิทยุแฮตครีก ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในการสแกนหาคลื่นความถี่วิทยุเพื่อค้นหาร่องรอยของเทคโนโลยีต่างดาว ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปตามความคาดหมาย นั่นคือไม่พบสัญญาณประดิษฐ์ใดๆ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตทางดาราศาสตร์ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าวัตถุดังกล่าวมีองค์ประกอบและพฤติกรรมตามธรรมชาติคล้ายคลึงกับดาวหางทั่วไป

3ไอ/แอตลาส ถูกค้นพบเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 และถือเป็นวัตถุจากระบบดาวฤกษ์อื่นที่ได้รับการยืนยันแล้วดวงที่สามที่เดินทางเข้ามาในระบบสุริยะของเรา ตามหลังแขกรับเชิญชื่อดังอย่าง 1ไอ/โอมูอามูอา (1I/’Oumuamua) และ 2ไอ/บอริซอฟ (2I/Borisov) ต้นกำเนิดที่มาจากระบบดาวอื่นนี้ ทำให้วัตถุนี้กลายเป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งในการศึกษาวัสดุจากระบบดาวฤกษ์อื่น เพื่อทำความเข้าใจว่าระบบดาวเคราะห์ต่างๆ ก่อตัวและวิวัฒนาการมาอย่างไร แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะบ่งชี้ว่ามันเป็นเพียงวัตถุตามธรรมชาติ แต่ผู้มาเยือนจากอวกาศลึกเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญในการค้นหาสัญญาณเทคโนโลยี เพราะมีความเป็นไปได้ที่วัตถุนี้อาจเป็นเทคโนโลยีต่างดาวที่ตรวจจับได้ ซึ่งจะให้หลักฐานชิ้นแรกของการมีชีวิตอยู่นอกโลก

ในปฏิบัติการครั้งนี้ ทีมวิจัยได้เฝ้าสังเกตการณ์ 3ไอ/แอตลาส ผ่านกล้องโทรทรรศน์วิทยุอัลเลน เป็นเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง โดยครอบคลุมช่วงความถี่ตั้งแต่ 1 ถึง 9 กิกะเฮิรตซ์ ช่วงความถี่ที่กว้างขนาดนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหาสัญญาณวิทยุย่านความถี่แคบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและถือเป็นหลักฐานสำคัญของเทคโนโลยีได้

ผลการสแกนพบสัญญาณย่านความถี่แคบมากถึงเกือบ 74 ล้านสัญญาณ แต่หลังจากคัดกรองการรบกวนจากมนุษย์และวิเคราะห์ให้ตรงกับการเคลื่อนที่ของตัววัตถุแล้ว เหลือสัญญาณที่ต้องตรวจสอบเพียงประมาณ 200 สัญญาณเท่านั้น สุดท้ายพบว่าทั้งหมดเป็นสัญญาณที่ย้อนกลับไปยังเทคโนโลยีบนพื้นโลกหรือดาวเทียมในวงโคจรของเราเอง การศึกษานี้ได้ตั้งข้อจำกัดใหม่ให้กับความแรงของเครื่องส่งสัญญาณวิทยุใดๆ บนวัตถุนี้ โดยตัดความเป็นไปได้ของสัญญาณที่แรงกว่า 10 ถึง 110 วัตต์ หรือเทียบเท่ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั่วไปออกไปอย่างสิ้นเชิง

ดร. โซเฟีย ชีค (Dr. Sofia Sheikh) หัวหน้างานวิจัยชิ้นนี้ ได้ให้มุมมองที่ชวนคิดว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ยานอวกาศวอยเอเจอร์ (Voyager) ของมนุษยชาติเองก็จะกลายเป็นวัตถุประดิษฐ์ต่างดาวในระบบดาวฤกษ์อื่นเช่นกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจการกระจายตัวตามธรรมชาติของวัตถุระหว่างดาวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เราสามารถระบุความผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณของวัตถุประดิษฐ์ได้ในอนาคต

ผลลัพธ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการตรวจจับสัญญาณด้วยเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีความเป็นจริงได้มากเพียงใด นอกจากนี้ ระบบกล้องโทรทรรศน์ยังแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนอง โดยสามารถเริ่มสังเกตการณ์ได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันหลังจากการประกาศค้นพบวัตถุ ความพร้อมนี้ คือบทพิสูจน์ศักยภาพของมนุษยชาติในการรับมือกับผู้มาเยือนจากต่างดาวดวงใหม่ๆ ที่จะมอบโอกาสในการสำรวจความลี้ลับของเอกภพต่อไปในอนาคตได้อย่างทันท่วงที


ข้อมูลอ้างอิง: SETI Institute

  • SETI Institute Looks for Signs of Technology in Interstellar Visitor 3I/ATLAS