
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา (University of Minnesota) ได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญ โดยระบุว่าพบคลื่นพลาสมาชนิดใหม่ที่ไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อนในปรากฏการณ์แสงออโรราของดาวพฤหัสบดี การค้นพบนี้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากยานอวกาศจูโน (Juno) ขององค์การนาซา (NASA)
การค้นพบนี้มาจากเครื่องมือที่ชื่อว่า Waves ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นหูที่รับฟังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากอนุภาคมีประจุ เมื่อพวกมันเคลื่อนที่ในสภาพแวดล้อมที่มีสนามแม่เหล็กอันทรงพลังของดาวพฤหัสบดี
ทำความเข้าใจปรากฏการณ์
“พลาสมา” คือสถานะของสสารที่มีอุณหภูมิสูงมากจนอะตอมแตกตัวออกเป็นอิเล็กตรอนและไอออน ทำให้มันตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กอย่างรุนแรง พฤติกรรมของพลาสมาบนโลกแตกต่างจากบนดาวพฤหัสบดีอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากดาวพฤหัสบดีมีสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดในระบบสุริยะ
จากการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมวิจัยพบว่าบริเวณขั้วของดาวพฤหัสบดีนั้น พลาสมามีความหนาแน่นต่ำมาก แต่สนามแม่เหล็กกลับแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้เกิดคลื่นพลาสมาชนิดใหม่ที่มีความถี่ต่ำมาก ซึ่งคลื่นนี้เป็นเหมือนคลื่นลูกผสมที่เริ่มต้นเหมือนคลื่นอัลฟ์เวน (Alfvén wave) ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเมื่อเจอกับสภาพสุดขีดของดาวพฤหัสบดี นอกจากนี้ สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดียังดึงดูดอนุภาคมีประจุให้พุ่งตรงไปยังขั้วดาวโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากแสงออโรราของโลกที่มักจะก่อตัวเป็นวงแหวนล้อมรอบขั้วโลก
การค้นพบคลื่นพลาสมาชนิดใหม่นี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจปรากฏการณ์แสงออโรราที่แปลกประหลาดบนดาวพฤหัสบดีได้มากขึ้น แต่ยังอาจช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของสนามแม่เหล็กโลกและดาวเคราะห์อื่น ๆ ในการปกป้องเราจากรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์ได้ดียิ่งขึ้น
นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า สภาพแวดล้อมที่คล้ายกันนี้อาจพบได้บนดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ดวงอื่น ๆ หรือแม้แต่ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีสนามแม่เหล็กทรงพลัง การศึกษาเพิ่มเติมจากข้อมูลที่ยานจูโนจะส่งกลับมาในอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการไขปริศนาเหล่านี้
ข้อมูลอ้างอิง: University of Minnesota
- Alien aurora: Researchers discover new plasma wave in Jupiter’s aurora