ข่าวอวกาศ

ภารกิจตามหา “ลูนา 9” AI ช่วยไขปริศนาจุดลงจอดครั้งแรกของมนุษยชาติบนดวงจันทร์

ย้อนกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 ยานอวกาศลูนา 9 (Luna 9) ของสหภาพโซเวียตได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญด้วยการเป็นยานลำแรกของโลกที่สามารถลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้อย่างนุ่มนวล และส่งภาพถ่ายพื้นผิวจากดวงจันทร์กลับมายังโลกได้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม แม้ภารกิจจะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของยานลำนี้บนดวงจันทร์กลับยังคงเป็นปริศนาที่นักดาราศาสตร์พยายามตามหามาอย่างยาวนาน จนกระทั่งล่าสุด ทีมนักวิจัยได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยในการระบุพิกัดที่คาดว่าเป็นจุดพักพิงสุดท้ายของยานในตำนานลำนี้

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการศึกษาของคณะนักวิจัยนำโดย ลูอิส พินอลต์ นักวิทยาศาสตร์ในเครือสถาบันเซติ (SETI Institute) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร npj Space Exploration โดยทีมงานได้พัฒนาระบบการเรียนรู้ของเครื่องหรือ Machine Learning เพื่อค้นหาวัตถุที่สร้างโดยมนุษย์ซึ่งอาจจมลึกอยู่ในข้อมูลภาพถ่ายมหาศาลจากยานลูนาร์รีคอนไนเซนส์ออร์บิเตอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter หรือ LRO) ของนาซา การใช้ AI ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทรัพยากรการคำนวณเพียงเล็กน้อย ซึ่งแต่เดิมหากใช้มนุษย์ตรวจสอบอาจต้องใช้เวลามหาศาล

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือโมเดลที่ชื่อว่า “YOLO-ETA” หรือที่มีชื่อเต็มว่า You Only Look Once – Extraterrestrial Artefact ซึ่งถูกฝึกฝนด้วยภาพถ่ายจากจุดลงจอดของโครงการอะพอลโล เพื่อให้ AI เรียนรู้ที่จะจดจำลักษณะเฉพาะของวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น รูปทรงของยาน เงาที่ทอดตัวลงบนพื้น หรือแม้แต่ร่องรอยการฟุ้งกระจายของดินดวงจันทร์ที่เกิดจากการลงจอด เมื่อนำโมเดลนี้ไปวิเคราะห์พื้นที่ขนาด 25 ตารางกิโลเมตรบริเวณที่คาดว่ายานลูนา 9 จะลงจอด อัลกอริทึมก็ได้ตรวจพบกลุ่มวัตถุที่ต้องสงสัยอย่างแม่นยำ แม้ว่าสภาพแสงในแต่ละภาพจะแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความสามารถของ AI ในการแยกแยะวัตถุแปลกปลอมออกจากหินและหลุมอุกกาบาตตามธรรมชาติ

จากการเปรียบเทียบภาพถ่ายที่ AI ตรวจพบกับภาพถ่ายพื้นผิวที่ยานลูนา 9 ส่งกลับมาเมื่อปี พ.ศ. 2509 นักวิจัยพบว่าลักษณะทางธรณีวิทยาและเส้นขอบฟ้ามีความสอดคล้องกันอย่างมาก ซึ่งสนับสนุนความเชื่อที่ว่านี่คือจุดลงจอดที่แท้จริง การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์อวกาศเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มหาศาลต่อยุคสมัยแห่งโครงการอาร์เทมิส (Artemis) ที่มนุษย์กำลังจะกลับไปดวงจันทร์อีกครั้ง เพราะจะช่วยในการจัดระเบียบพื้นที่ กิจกรรมของหุ่นยนต์และมนุษย์ รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่ให้ถูกรบกวน

นอกจากนี้ การพัฒนาโมเดล AI ที่มีน้ำหนักเบาและประมวลผลได้รวดเร็วเช่นนี้ ยังเปิดประตูสู่การค้นหาสิ่งประดิษฐ์จากอารยธรรมอื่นนอกโลกในอนาคต เนื่องจากดวงจันทร์เป็นเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ที่คงสภาพมานานกว่า 4,000 ล้านปี การค้นหาร่องรอยใน “สวนหลังบ้าน” ของระบบสุริยะจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล โดยในอนาคตอันใกล้ ข้อมูลจากยานจันทรายาน-2 (Chandrayaan-2) ของอินเดียที่โคจรอยู่รอบดวงจันทร์ อาจช่วยยืนยันตำแหน่งของยานลูนา 9 ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นการปิดตำนานการตามหาหน้าประวัติศาสตร์ที่สาบสูญไปนานกว่าครึ่งศตวรรษได้อย่างสมบูรณ์


ข้อมูลอ้างอิง: SETI Institute

  • AI Helps Pinpoint the Moon’s First Soft Landing