ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติประสบความสำเร็จในการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope) ร่วมกับข้อมูลจาก กล้องโทรทรรศน์ซูบารุ (Subaru Telescope) ส่องเปิดเผยความลึกลับของกระจุกกาแล็กซีต้นกำเนิดโลคตัก (Loktak Protocluster) ในบริเวณกลุ่มดาวเซกซ์ทันส์ ซึ่งดำรงอยู่ตั้งแต่ในช่วงที่เอกภพ มีอายุเพียง 1,200 ล้านปีหลังกำเนิดบิกแบง โดยการค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นหลักฐานสำคัญว่า สภาพแวดล้อมในอวกาศรอบข้างเริ่มส่งอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของกาแล็กซีตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งเร็วกว่าที่เหล่านักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ในอดีตอย่างมาก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกผ่านแสงที่ตามองเห็น (Optical Light) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มดาวฤกษ์ที่แก่ตัวและมีความเสถียรแล้ว ทีมวิจัยพบว่า กาแล็กซีที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นในกระจุกต้นกำเนิดโลคตัก มีขนาดใหญ่กว่ากาแล็กซีในพื้นที่เบาบางทั่วไปเฉลี่ยถึง 1.4 เท่า แม้ว่าเมื่อมองผ่านรังสีอัลตราไวโอเลตที่แสดงการก่อตัวของดาวเกิดใหม่จะมีขนาดแกนกลางไม่ต่างกันก็ตาม สิ่งนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมที่แออัดเปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอดที่ช่วยให้กาแล็กซี สามารถสร้างโครงสร้างดาวฤกษ์ชั้นนอกได้รวดเร็วและหนาแน่นกว่ากลุ่มที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยลักษณะทางกายภาพที่เชื่อมโยงกันของกลุ่มดาวฤกษ์แยกย่อยนี้มีความคล้ายคลึงกับเกาะชีวมวลลอยน้ำในทะเลสาบโลคตัก ประเทศอินเดีย อันเป็นที่มาของชื่อกระจุกดาวนี้นั่นเอง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความแตกต่างระหว่างกาแล็กซีที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มกับกลุ่มที่อยู่แยกตัวเดี่ยวๆ ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนที่กระจุกดาวเหล่านั้นจะก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์เสียด้วยซ้ำ สำหรับก้าวต่อไปที่น่าติดตาม ทีมนักดาราศาสตร์มีแผนจะเดินหน้าใช้ประสิทธิภาพอันทรงพลังของทั้งกล้องซูบารุและเจมส์ เวบบ์ เพื่อทำการสังเกตการณ์เพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบว่า ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทั่วไปในเอกภพยุคแรกเริ่ม หรือเป็นเพียงความพิเศษเฉพาะตัวของพื้นที่แห่งนี้เท่านั้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเกี่ยวกับวิวัฒนาการของจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง: National Astronomical Observatory of Japan
- Local Environment Shapes Galaxy Growth in Early Universe