ทีมนักดาราศาสตร์ค้นพบ “2025 MN45” ดาวเคราะห์น้อยในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักที่มีขนาดใหญ่กว่าครึ่งกิโลเมตร แต่กลับหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงถึงหนึ่งรอบในเวลาไม่ถึงสองนาที ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์น้อยขนาดเดียวกันเท่าที่เคยมีการบันทึกมา การค้นพบนี้สร้างความประหลาดใจแก่วงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องจากความเร็วระดับนี้ควรจะฉีกดวงดาวให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่ปรากฏว่ามันยังคงสภาพเดิมอยู่ได้ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไขปริศนาความแข็งแกร่งและประวัติศาสตร์อันรุนแรงในช่วงต้นของระบบสุริยะของเรา
ข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอในการประชุมสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันเมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 โดยผลงานวิจัยนี้นำโดยซาราห์ กรีนสตรีท นักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์เชิงแสงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายชุดแรกจากหอดูดาวเวรา ซี. รูบิน ในประเทศชิลี ที่บันทึกไว้เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 และพบว่าดาวเคราะห์น้อย 2025 MN45 ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 710 เมตร สามารถหมุนรอบตัวเองครบหนึ่งรอบในเวลาเพียง 1.88 นาที หรือราว 113 วินาทีเท่านั้น หากนำไปเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ๆ ที่เคยครองสถิติมาก่อนซึ่งมักใช้เวลาหมุนรอบตัวเองราวครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง จะเห็นได้ชัดว่าดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่นี้ทำความเร็วได้เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด
ตามหลักการทางฟิสิกส์ดั้งเดิมนั้น ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ทั่วไปมักมีลักษณะเป็นเพียงกลุ่มเศษหินและฝุ่นที่เกาะรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ด้วยแรงโน้มถ่วง หากพวกมันหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าหนึ่งรอบในทุก ๆ 2.2 ชั่วโมง แรงหนีศูนย์กลางจะผลักให้เศษหินเหล่านั้นหลุดกระจายออกจากกัน ทว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้กลับสามารถทำลายขีดจำกัดดังกล่าวได้อย่างสิ้นเชิง นักวิทยาศาสตร์จึงสันนิษฐานว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่น่าจะใช่กลุ่มเศษหินทั่วไป แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นก้อนหินแข็งที่มีโครงสร้างและวัสดุที่แข็งแกร่งมหาศาล โดยอาจเป็นชิ้นส่วนแกนกลางที่แตกหักออกมาจากดาวเคราะห์น้อยดวงแม่ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก อันเป็นผลมาจากการพุ่งชนอย่างรุนแรงในอวกาศเมื่อนานมาแล้ว นอกจากนี้กล้องโทรทรรศน์ยังตรวจพบดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ๆ อีกถึง 18 ดวงที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงจนทำลายขีดจำกัดเดิมเช่นเดียวกัน
การค้นพบครั้งนี้นับเป็นการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการก่อตัวและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์น้อย ข้อมูลที่ได้ชี้ให้เห็นว่าดาวเคราะห์น้อยที่มีโครงสร้างทนทานอาจมีจำนวนซ่อนอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดคิดไว้ เมื่อหอดูดาวเวรา ซี. รูบิน เริ่มดำเนินโครงการสำรวจปริภูมิ-เวลาอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ นักดาราศาสตร์ก็คาดหวังว่าเทคโนโลยีการกักเก็บแสงประสิทธิภาพสูงนี้จะช่วยเผยข้อมูลที่น่าตื่นเต้น และนำไปสู่การค้นพบวัตถุทางดาราศาสตร์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของการสำรวจดาวเคราะห์น้อยเพิ่มเติมได้จากสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก
ข้อมูลอ้างอิง: New Scientist
- We’ve spotted a huge asteroid spinning impossibly fast