หอดูดาวเวรา ซี. รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) สร้างความตกตะลึงให้กับวงการวิทยาศาสตร์ หลังจากเริ่มต้นการสังเกตการณ์เพียง 7 คืนแรก ก็สามารถค้นพบดาวเคราะห์น้อยขนาดมหึมาที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงทำลายสถิติเดิม การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเหนือชั้นของกล้องถ่ายภาพดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังท้าทายความเข้าใจเดิมที่นักดาราศาสตร์มีต่อโครงสร้างทางกายภาพของวัตถุในระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์น้อยเจ้าของสถิติใหม่นี้มีชื่อรหัสว่า 2025 MN45 มันมีความกว้างประมาณ 710 เมตร ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งก่อสร้างบนโลกจะมีขนาดใหญ่กว่าตึกระฟ้าส่วนใหญ่ที่เรารู้จัก สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์ดวงนี้ใช้เวลาหมุนรอบตัวเองครบทึ่งเพียงประมาณ 113 วินาที หรือไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้มันกลายเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 500 เมตรที่หมุนรอบตัวเองเร็วที่สุดเท่าที่เคยมมีการค้นพบมา โดยผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา
ตามปกติแล้ว ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่ในระบบสุริยะเปรียบเสมือนกองเศษหิน (Rubble pile) ที่เกาะตัวกันอย่างหลวมๆ ด้วยแรงโน้มถ่วง ซึ่งวัตถุประเภทนี้หากหมุนรอบตัวเองเร็วเกินไป แรงหนีศูนย์กลางจะทำให้เศษหินกระจัดกระจายออกจากกัน แต่สำหรับ 2025 MN45 ที่มีความเร็วในการหมุนสูงมาก นักดาราศาสตร์วิเคราะห์ว่ามันต้องมีโครงสร้างที่เป็นหินแข็งและมีความแข็งแกร่งของเนื้อวัสดุสูงมากเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ไม่ให้แตกสลายไปเสียก่อน การค้นพบนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของเทหวัตถุในระบบสุริยะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4,500 ล้านปี
การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการสำรวจอวกาศระยะยาว 10 ปี โดยใช้กล้อง LSST (Legacy Survey of Space and Time) ซึ่งเป็นกล้องดิจิทัลที่มีความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นเพื่อถ่ายภาพท้องฟ้าซีกโลกใต้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการอย่างเป็นทางการจะยังไม่เริ่มขึ้นเต็มตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่เพียงแค่ข้อมูลทดสอบเบื้องต้นจากการสังเกตการณ์เพียงไม่กี่คืน นักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ๆ ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีรวมแล้วกว่า 1,900 ดวง
ข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ายังมีดาวเคราะห์น้อยอีกจำนวนมากที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาดรอการค้นพบ โดยในจำนวนที่พบใหม่มีถึง 16 ดวงที่หมุนเร็วมาก และอีก 2 ดวงที่หมุนเร็วระดับ “อัลตรา” คือใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาทีต่อรอบ ซึ่งการศึกษาวัตถุเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงเหตุการณ์การพุ่งชนในอดีตที่ส่งผลให้ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่แตกกระจาย หรือปัจจัยที่ทำให้หินอวกาศเหล่านี้หมุนเหวี่ยงด้วยความเร็วสูงระดับนี้ได้
ในอนาคตอันใกล้ เมื่อหอดูดาวเวรา รูบิน เริ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบ เราอาจจะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ของจักรวาลในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว (Time-lapse) ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ซึ่งจะเผยให้เห็นความลับของทั้งดาวเคราะห์น้อยนอกระบบสุริยะ หลุมดำ และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อีกมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของอวกาศ
ข้อมูลอ้างอิง: Live Science
- Vera C. Rubin Observatory discovers enormous, record-breaking asteroid in first 7 nights of observations