ข่าวอวกาศ

NASA ท้าประลองไอเดีย “Mars to Table” เฟ้นหานวัตกรรมผลิตอาหารปรุงสดบนดาวอังคาร ไม่ง้อเสบียงจากโลก

องค์การนาซา (NASA) ประกาศเปิดตัวโครงการแข่งขันระดับโลกครั้งใหม่ในชื่อ “Deep Space Food Challenge: Mars to Table” เพื่อระดมสมองจากนวัตกร เชฟ นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ร่วมกันออกแบบระบบผลิตอาหารแบบครบวงจรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ 100% สำหรับรองรับภารกิจการสำรวจอวกาศห้วงลึกในระยะยาว ทั้งบนดวงจันทร์และดาวอังคาร โดยมีเงินรางวัลรวมสูงถึง 23.6 ล้านบาท (750,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

ในขณะที่โครงการอาร์เทมิส 2 (Artemis II) กำลังเตรียมความพร้อมส่งนักบินอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์เพื่อวางรากฐานสู่การตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน นาซามองเห็นความท้าทายสำคัญในการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเดินทางและปฏิบัติภารกิจนานหลายเดือนหรือหลายปี การขนส่งเสบียงอาหารจากโลกไปเติมให้เพียงพอตลอดภารกิจนั้นเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล ดังนั้น การสร้างระบบที่สามารถผลิตและปรุงอาหารได้เองในสถานที่ปฏิบัติงานจริงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถดำรงชีพอยู่ได้ไกลจากโลกมากยิ่งขึ้น

การเปิดตัวโครงการ “Mars to Table” ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการ Deep Space Food Challenge ในเฟสที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง “ทีม KEETA” (คีตะ) สร้างชื่อเสียงในระดับสากลด้วยการผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายในประเภททีมนานาชาติ (International Teams) มาแล้ว

ทีม KEETA ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักวิจัยและวิศวกรอวกาศชาวไทยจากหลากหลายสถาบัน ได้สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการของนาซาด้วยการนำเสนอแนวคิด “Bio Culture” หรือการสร้างระบบนิเวศจิ๋วเพื่อผลิตอาหารอวกาศ โดยชูจุดเด่นเรื่องการนำภูมิปัญญาไทยอย่างการบริโภค “แมลง” เช่น หนอนไหมและด้วงสาคู มาผสานกับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์อาหาร 3 มิติ (3D Food Printer) เพื่อเปลี่ยนโปรตีนและสารอาหารจากแมลงให้กลายเป็นเมนูที่น่ารับประทานและเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในอวกาศ ความสำเร็จของทีม KEETA ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ยังเป็นการยืนยันว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านสามารถกลายเป็นนวัตกรรมระดับโลกได้

สำหรับความพิเศษของโครงการ Mars to Table ในปี พ.ศ. 2569 นี้ คือการยกระดับจากการแข่งขันทดลองผลิตอาหารในระยะแรก มาสู่การบูรณาการระบบผลิตและการเตรียมอาหารเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องออกแบบ “แผนมื้ออาหาร” สำหรับนักบินอวกาศที่อาศัยอยู่บนพื้นผิวดาวอังคาร โดยต้องครอบคลุมทั้งการวางผังระบบ การดำเนินงานอย่างละเอียด และต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ตั้งแต่คุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ชวนรับประทาน ความปลอดภัย ไปจนถึงการออกแบบให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับระบบควบคุมสภาวะแวดล้อมและสนับสนุนการดำรงชีวิต (Environmental Control and Life Support Systems) ของยานอวกาศได้

นอกจากเป้าหมายเพื่อการสำรวจอวกาศแล้ว นวัตกรรมที่เกิดขึ้นยังมีประโยชน์ต่อโลกอย่างมหาศาล ระบบการเพาะปลูกและถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จำกัดและสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ห่างไกล เช่น สถานีวิจัยแถบขั้วโลก หรือพื้นที่ประสบภัยพิบัติที่ขาดแคลนทรัพยากร การสร้างสรรค์เมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง น้ำหนักเบา และเก็บรักษาได้นาน จึงเป็นคำตอบสำหรับการดูแลผู้คนไม่ว่าจะอยู่บนโลกหรือบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

โอกาสของคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจดาวอังคาร

โครงการ Mars to Table เปิดรับสมัครไอเดียจากทั่วโลกตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 สำหรับคนไทยที่สนใจเข้าร่วมท้าทายความสามารถในระดับสากล และต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการสมัครหรือรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

  • คุณพีระรัชต์ ศิริอัมพัน (จีโน่)
    National Point of Contact
    Space Generation Advisory Council (SGAC)
    อีเมล: peerarust.siriamphan@spacegeneration.org

ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้แสดงศักยภาพในเวทีโลกอีกครั้ง และร่วมกันค้นหาคำตอบว่า “เราจะกินอะไรกันบนดาวอังคาร?” เพื่อเตรียมความพร้อมให้มนุษยชาติก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการสำรวจดาวเคราะห์อย่างเต็มตัว


ข้อมูลอ้างอิง: NASA Deep Space Food Challenge

  • NASA Back for Seconds with New Food System Design Challenge