ดาวอังคาร ระบบสุริยะ

ยลโฉมดาวอังคารและดวงจันทร์ดีมอสผ่านสายตา “เฮรา” ภารกิจปกป้องโลกจากห้วงอวกาศ

ยานอวกาศเฮราขององค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA ได้ส่งภาพถ่ายสุดตระการตาของดาวอังคารและดวงจันทร์ดีมอสกลับมายังโลก ระหว่างการทำภารกิจบินผ่านดาวอังคารเพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงช่วยเหวี่ยงยานไปยังจุดหมายปลายทาง โดยภาพนี้ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568 เผยให้เห็นดาวเคราะห์สีแดงในมุมมองที่แปลกตาผ่านอุปกรณ์ตรวจวัดแสงย่านรังสีอินฟราเรดใกล้ ซึ่งทำให้ดาวอังคารปรากฏเป็นสีฟ้าอ่อนดูสวยงามไปอีกแบบ

ในภาพดังกล่าวเราจะเห็นดวงจันทร์ดีมอสซึ่งเป็นดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กของดาวอังคารปรากฏอยู่ด้านหน้าดวงดาวขนาดใหญ่ ยานเฮราซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์หนึ่งคันได้โคจรเข้าใกล้ดวงจันทร์ดีมอสที่ระยะห่างประมาณ 1,000 กิโลเมตร ในขณะที่ตัวดวงจันทร์เองมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 12.4 กิโลเมตรเท่านั้น ความพิเศษของภาพนี้คือดวงจันทร์ดีมอสโคจรอยู่ห่างจากพื้นผิวดาวอังคารประมาณ 23,500 กิโลเมตร และถูกล็อกด้วยแรงไททันทำให้หันหน้าเข้าหาดาวอังคารเพียงด้านเดียวเสมอ ดังนั้นมุมที่เราเห็นในภาพนี้จึงเป็นมุมที่หาดูได้ยาก

บนพื้นหลังของดาวอังคารที่ปรากฏในภาพยังแสดงให้เห็นร่องรอยทางธรณีวิทยาที่สำคัญหลายประการ ทางตอนบนของภาพคือบริเวณ “เทอร์ราซาเบีย” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสว่างสูงใกล้เส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร ล้อมรอบด้วยพื้นที่ที่มีสีคล้ำกว่า ใกล้กันนั้นคือหลุมอุกกาบาต “เฮยเคินส์” และหลุมอุกกาบาต “สเกียพาเรลลี” ซึ่งทั้งคู่มีขนาดใหญ่กว่า 450 กิโลเมตร นอกจากนี้ที่บริเวณมุมขวาล่างของดวงดาว ยังปรากฏให้เห็น “แอ่งเฮลลัส” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลุมอุกกาบาตจากการพุ่งชนที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ โดยมีความกว้างถึง 2,300 กิโลเมตร และมีความลึกมากกว่า 7 กิโลเมตร

ความลับเบื้องหลังสีสันที่แปลกตาในภาพนี้เกิดจากอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า “ไฮเปอร์สเกาต์ เอช” ซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพแบบไฮเปอร์สเปกตรัมที่สามารถมองเห็นช่วงคลื่นแสงได้มากกว่าที่ตาของมนุษย์จะมองเห็นได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ตรวจวัดคลื่นแสงได้ถึง 25 แถบสเปกตรัม ทั้งในช่วงแสงที่ตามองเห็นและรังสีอินฟราเรดใกล้ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์องค์ประกอบของวัสดุบนพื้นผิวของดาวเคราะห์และดวงจันทร์ได้อย่างละเอียด

การบินผ่านดาวอังคารในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบอุปกรณ์และสร้างภาพถ่ายที่สวยงาม แต่ยังเป็นขั้นตอนสำคัญของภารกิจเฮราในการเดินทางไปสำรวจระบบดาวเคราะห์น้อยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเบี่ยงเบนทิศทางของวัตถุใกล้โลก อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การป้องกันโลกจากภัยคุกคามในอวกาศในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงวิวัฒนาการของระบบสุริยะและการเตรียมพร้อมรับมือกับอุกกาบาตที่อาจพุ่งชนโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง: ESA

  • Mars and Deimos viewed by Hera’s Hyperscout H