ข่าวอวกาศ

ภารกิจประวัติศาสตร์! ไทย เม็กซิโก และอิตาลี ผนึกกำลังปล่อย 3 ดาวเทียมสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติสำเร็จ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 15.55 น. ตามเวลาในประเทศไทย โลกได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของภารกิจ J-SSOD-28 (JAXA Small Satellite Orbital Deployer) เมื่อดาวเทียมขนาดเล็กจำนวน 3 ดวงจาก 3 ทวีป ได้แก่ KnackSat-2 (ไทย), Gxiba-1 (เม็กซิโก) และ CoRAL (อิตาลี) ถูกปล่อยออกจากโมดูลคิโบ (Kibo Module) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เข้าสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกอย่างราบรื่น นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านอวกาศระดับสากล

ไฮไลต์สำคัญของภารกิจนี้คือ KnackSat-2 (แนคแซท-2) ดาวเทียมประเภทคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3 ยูนิต ที่พัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (สทอศ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมกับภาคเอกชนไทยอย่างบริษัท เอ็นบีสเปซ (NBSPACE)

ความพิเศษของดาวเทียมดวงนี้คือการใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ออกแบบและผลิตภายในประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 98 เพื่อทดสอบระบบที่หลากหลายถึง 7 ภารกิจในดวงเดียว

  • ระบบไอโอที (Internet of Things) รับส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล
  • การติดตามรถไฟ ใช้ระบบ APRS เพื่อระบุตำแหน่งและสถานะของรถไฟไทย
  • การตรวจวัดรังสี ทดสอบวัสดุป้องกันรังสีและวัดค่ารังสีอัลตราไวโอเลตในอวกาศ
  • การถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง เพื่อสังเกตการณ์พื้นผิวโลกจากอวกาศ

นอกเหนือจากดาวเทียมของไทยแล้ว ในรอบการปล่อยเดียวกันยังมีดาวเทียมจากอีก 2 ประเทศที่ร่วมปฏิบัติภารกิจสำคัญ ได้แก่

  • ดาวเทียม Gxiba-1 (เม็กซิโก) พัฒนาโดยมหาวิทยาลัย UPAEP เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ภูเขาไฟในเม็กซิโกจากอวกาศ ช่วยในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและป้องกันภัยพิบัติ
  • ดาวเทียม CoRAL (อิตาลี) จากมหาวิทยาลัยลาซาเปียนซาแห่งกรุงโรม มุ่งเน้นการทดสอบระบบสายอากาศและเทคโนโลยีการสื่อสารรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายในอวกาศ

ในระหว่างพิธีปล่อยดาวเทียม ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำว่า ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่น (JAXA) รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีคิวชู (Kyutech)

“ดาวเทียม KnackSat-2 ไม่ได้เป็นเพียงผลงานทางวิศวกรรม แต่คือแพลตฟอร์มแบ่งปันทรัพยากร (Ride Sharing Platform) ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาค และพร้อมจะเติบโตสู่ระดับสากล”

ดาวเทียมทั้ง 3 ดวงจะโคจรรอบโลกที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 18 เดือน ข้อมูลที่ได้จาก KnackSat-2 จะถูกส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินที่ มจพ. เพื่อสร้าง “Flight Heritage” หรือประวัติการใช้งานจริงในอวกาศ ซึ่งเป็นใบเบิกทางสำคัญที่จะเปลี่ยนให้ประเทศไทยจาก “ผู้ซื้อ” เทคโนโลยี กลายเป็น “ผู้สร้าง” และ “ผู้ส่งออก” นวัตกรรมอวกาศอย่างเต็มตัวในอนาคต


  • ข้อมูลอ้างอิง: JAXA/KMUTNB