ก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยีอวกาศไทยกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อดาวเทียม KNACKSAT-2 ผลงานการออกแบบและพัฒนาโดยฝีมือคนไทยเกือบทั้งหมด มีกำหนดการปล่อยออกจาก Kibo Module (โมดูลของ JAXA ประเทศญี่ปุ่น) สถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งวงโคจรอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นี้ โดยดาวเทียมดวงนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่รวมความฝันของเยาวชนและหน่วยงานวิจัยไทยขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

ดาวเทียม KNACKSAT-2 พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรหลายภาคส่วน ความโดดเด่นที่น่าภาคภูมิใจคือการใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 98 ตัวดาวเทียมถูกออกแบบในรูปแบบคิวบ์แซต (CubeSat) ขนาด 3 ยูนิต หรือมีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 30 x 10 x 10 เซนติเมตร ซึ่งแม้จะมีขนาดกะทัดรัดแต่กลับบรรจุระบบอุปกรณ์รับส่งสัญญาณและเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือที่เรียกว่า น้ำหนักบรรทุก (Payload) ได้มากถึง 10 ระบบ
โดย บพข. ได้ให้ทุนสนับสนุนแก่ มจพ. ในโครงการพัฒนาอุปกรณ์ IoT ฐานอวกาศเพื่อการสาธิตในวงโคจร ภายใต้แผนงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยมี บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) เป็นผู้ร่วมทุนในการวิจัยและพัฒนา เพื่อออกแบบและพัฒนา Payload อุปกรณ์ IoT ทำงานผ่านดาวเทียมเพื่อสร้างตัวอย่างการใช้งานเชิงธุรกิจ โดยคณะวิจัยได้ทำการพัฒนา IoT ออกเป็น 2 เพย์โหลด หรืออุปกรณ์เพื่อปฏิบัติภารกิจ สาธิตการทำงานของ IoT gateway และภารกิจ Store and Forward บนอวกาศ ซึ่งทั้งสองเพย์โหลดมีความสามารถในการทำงานพื้นฐานที่คล้ายกัน คือ สามารถรับสัญญาณ LoRa จากสถานีบนโลกได้ ทั้งนี้ทั้ง 2 เพย์โหลด มีความแตกต่างกันในด้าน ความซับซ้อนของการทำงาน โดยโหลดที่มีความซับซ้อนน้อยจะเรียกชื่อว่า “Postman” และสำหรับเพย์โหลดที่มีความซับซ้อนมากกว่าจะเรียกชื่อว่า “Chef” โดยทั้งสองระบบนี้จะถูกบรรจุลงในดาวเทียมแนคแซท 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศ ให้สามารถเข้าถึงอวกาศได้ง่ายขึ้นโดยใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.พงศธร สายสุจริต อาจารย์ประจำภาควิชาวิศกรรมเครื่องกลและการบินอวกาศ มจพ. หัวหน้าโครงการ
ดร.พงศธร สายสุจริต อาจารย์ประจำภาควิชาวิศกรรมเครื่องกลและการบินอวกาศ มจพ. ในฐานะหัวหน้าโครงการได้เล่าถึงความเป็นมาและภารกิจของดาวเทียมว่า “ดาวเทียมแนคแซท 2 เป็นดาวเทียมที่ออกแบบและพัฒนาโดยเด็กไทย และใช้วัสดุภายในประเทศกว่า 98% โดยมีเป้าหมายในการใช้ IoT Satellite ในการเติมเต็ม IoT Network ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ Network Cellular ตามปกติ เช่น ในทะเล บนภูเขา และพื้นที่ทางการเกษตร ที่มีปริมาณผู้คนอยู่น้อย แต่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบ IoT Solution ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศ ของหน่วยงานทหาร การตรวจสอบข้อมูลในด้านทรัพยากร การเฝ้าระวังไฟป่า ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำมาใช้ในธุรกิจการประมงและการขนส่งทางเรือ พาณิชย์นาวี การทำเกษตรกรรมในพื้นที่กว้างหรือห่างไกล ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญานอินเตอร์เน็ตได้ จะช่วยให้ธุรกิจภาคดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ โดยผ่านระบบ Sensor ตรวจจับต่าง ๆ ในราคาที่เป็นของคนไทย ไม่ต้องจ่ายในราคาที่ซื้อจากต่างประเทศ นอกจากนี้การที่ดาวเทียมที่เราสร้างงเองได้ออกไปสู่วงโคจรจริง ทำให้มี study case ที่แท้จริงในการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเราต่อไป”

ในเชิงยุทธศาสตร์ KNACKSAT-2 ทำหน้าที่เป็น แพลตฟอร์มแบ่งปันทรัพยากร (Ride Sharing Platform) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจและวิจัยที่ช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงอวกาศได้ในราคาที่ประหยัดขึ้น โดยการร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและนำส่ง ในปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมส่งอุปกรณ์ขึ้นไปทดสอบรวม 7 รายการ จาก 6 หน่วยงาน อาทิ บริษัท เอไอเอส จำกัด (มหาชน), สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, ไปจนถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเนปาล
การปล่อยดาวเทียมในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายที่พิสูจน์ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นตัวกลางเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีอวกาศในระดับสากล สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดและการเสวนาเส้นทางจาก KNACKSAT-1 สู่ KNACKSAT-2 ได้ ณ อุทยานเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยกำหนดการปล่อยดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรจริงจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ถึง 16.15 น.
- ติดตามการนับถอยหลัง KNACKSAT-2 ได้ที่
https://technopark.kmutnb.ac.th/insted - หรือติดตามถ่ายทอดสดการปล่อยจาก JAXA
https://www.youtube.com/watch?v=aB4PIOS-hSs
ข้อมูลอ้างอิง: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)