ข่าวอวกาศ

นักดาราศาสตร์ตะลึง! พบโครงสร้างปริศนาขนาดยักษ์ ซ่อนตัวอยู่ภายในเนบิวลาวงแหวน

นักดาราศาสตร์ค้นพบโครงสร้างมหึมาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนซ่อนอยู่ภายใน “เนบิวลาวงแหวน” ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุอวกาศที่มีชื่อเสียงที่สุดบนท้องฟ้า การค้นพบครั้งนี้สร้างความฉงนให้กับวงการวิทยาศาสตร์ เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นร่องรอยของการทำลายล้างดาวเคราะห์หิน หรือกระบวนการจบชีวิตของดาวฤกษ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราเคยคาดคิดไว้

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เนบิวลาวงแหวน (Ring Nebula) เป็นวัตถุท้องฟ้าที่ดึงดูดใจนักดูดาวด้วยรูปลักษณ์ที่เปล่งประกายสวยงามคล้ายวงแหวนในอวกาศ แต่การศึกษาล่าสุดโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดประสิทธิภาพสูงกลับเผยให้เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลุ่มก๊าซที่หมุนวน นั่นคือโครงสร้างรูปทรงแท่งที่ยาวและแคบ ประกอบด้วยอะตอมของเหล็กที่มีประจุ (Ionized Iron) การค้นพบนี้ท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับเนบิวลาดาวเคราะห์ และเปิดบทใหม่ในการศึกษาจุดจบของดาวฤกษ์รวมถึงชะตากรรมของระบบดาวเคราะห์

เนบิวลาวงแหวนตั้งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 2,600 ปีแสง ในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) มีลักษณะเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ ซึ่งเกิดจากซากของดาวฤกษ์ที่พ่นเปลือกชั้นนอกของมันออกไปในช่วงท้ายของอายุขัย รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ระบุว่า ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติได้พบแท่งเหล็กไอออนที่มีขนาดมหึมา โดยมีความยาวทอดยาวไปในอวกาศมากกว่าระยะทางจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวพลูโตถึง 500 เท่า และมีมวลมหาศาลเทียบได้กับดาวอังคารทั้งดวง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องมือ WEAVE (WHT Enhanced Area Velocity Explorer) ที่ติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์วิลเลียม เฮอร์เชล ขนาด 4.2 เมตร ในประเทศสเปน เครื่องมือนี้มีความสามารถพิเศษในการเก็บข้อมูลสเปกตรัมอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งเนบิวลา ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างแผนที่องค์ประกอบทางเคมีในทุกตำแหน่งได้อย่างละเอียดแม่นยำ

ดร. โรเจอร์ เวสสัน ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เปิดเผยว่า แม้เนบิวลาวงแหวนจะถูกศึกษามาอย่างยาวนานด้วยกล้องโทรทรรศน์หลายชนิด แต่เครื่องมือ WEAVE ช่วยให้มองเห็นในมุมมองใหม่ที่ละเอียดกว่าเดิมมาก เมื่อทีมงานประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบภาพถ่าย สิ่งที่ปรากฏชัดเจนจนน่าตกใจคือ แท่งของอะตอมเหล็กที่วางตัวอยู่ใจกลางวงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อน

ในขณะนี้ที่มาของแท่งเหล็กดังกล่าวยังคงเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบ โดยมีการตั้งสมมติฐานหลักไว้สองประการ ประการแรกคือ “การล่มสลายของดาวเคราะห์” โดยเชื่อว่าเหล็กเหล่านี้อาจเป็นซากที่หลงเหลืออยู่ของดาวเคราะห์หินที่ถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอในช่วงที่ดาวฤกษ์ดวงแม่ขยายตัวกลายเป็นดาวพักษ์แดง (Red Giant) ก่อนจะสิ้นใจ เมื่อดาวฤกษ์ขยายขนาดขึ้นจนกลืนกินดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบๆ ธาตุเหล็กที่อยู่ในแกนกลางของดาวเคราะห์จึงอาจถูกหลอมละลายและกระจัดกระจายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลา

สมมติฐานที่สองมุ่งเน้นไปที่กระบวนการพ่นมวลสารของดาวฤกษ์เอง ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการขับวัสดุออกจากดาวในช่วงใกล้ดับสูญที่เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ศาสตราจารย์ เจเน็ต ดรูว์ จาก UCL ระบุว่าทีมวิจัยจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีธาตุเคมีอื่นๆ อยู่ร่วมกับแท่งเหล็กนี้หรือไม่ เพราะข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการระบุว่าโครงสร้างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

การค้นพบแท่งเหล็กในเนบิวลาวงแหวนไม่เพียงแต่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการศึกษาเนบิวลาดาวเคราะห์ แต่ยังยืนยันถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีใหม่อย่างเครื่องมือ WEAVE ที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสำรวจอวกาศในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงวงจรชีวิตของดาวฤกษ์และการแพร่กระจายของธาตุต่างๆ ในเอกภพได้ดียิ่งขึ้น

ในอนาคตอันใกล้ ทีมวิจัยวางแผนที่จะใช้ความสามารถของ WEAVE ในการสำรวจเนบิวลาอื่นๆ เพื่อตรวจสอบว่าโครงสร้างปริศนาในลักษณะนี้เป็นปรากฏการณ์ทั่วไปหรือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเนบิวลาวงแหวนเท่านั้น ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในซากซุปเปอร์โนวาและเนบิวลาอื่นๆ ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผย พ.ศ. 2569 จึงอาจเป็นปีที่นักดาราศาสตร์ได้เห็นภาพรวมของวิวัฒนาการดวงดาวที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม


ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Astronomers Stunned by Mysterious Structure in the Ring Nebula