ข่าวอวกาศ

ลุ้นชม “ดาวหางแพนสตาร์ส” (C/2025 R3) โอกาสเห็นด้วยตาเปล่าปลายเดือนเมษายน 2569

นักดาราศาสตร์และผู้ชื่นชอบการดูดาวทั่วโลกกำลังจับตาการมาเยือนของดาวหางดวงใหม่ที่มีชื่อว่า ซี/2568 อาร์3 แพนสตาร์ส (C/2025 R3 PanSTARRS) ซึ่งกำลังเดินทางเข้าสู่ระบบสุริยะชั้นในในช่วงปลายเดือนเมษายนปี 2569 นี้

ดาวหางดวงนี้มีลุ้นที่จะสว่างจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออย่างน้อยก็สังเกตได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าตื่นเต้นประจำปีนี้ที่หลายคนเฝ้ารอ

ดาวหาง C/2025 R3 PanSTARRS ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 โดยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์แพนสตาร์ส (Pan-STARRS) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงขนาด 1.8 เมตร บนยอดภูเขาไฟฮาเลอากาลาในรัฐฮาวาย ระบบนี้ทำงานโดยการถ่ายภาพท้องฟ้ามุมกว้างอย่างต่อเนื่อง และใช้ซอฟต์แวร์เปรียบเทียบภาพเพื่อค้นหาวัตถุที่เคลื่อนที่ หลังจากนั้นในวันที่ 17 กันยายน 2568 นักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์แคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย ขนาด 3.6 เมตร สังเกตการณ์เพิ่มเติม จนสามารถคำนวณเส้นทางการโคจรของดาวหางดวงนี้ได้อย่างแม่นยำ

ตามการคำนวณ ดาวหางแพนสตาร์สจะเดินทางมาถึงจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 76.3 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพุธและดาวศุกร์ หลังจากนั้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 ดาวหางจะโคจรเข้าใกล้โลกของเรามากที่สุดที่ระยะห่างประมาณ 70.8 ล้านกิโลเมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเป็นช่วงที่ดาวหางมีความสว่างมากที่สุด

โดยทั่วไปการคาดการณ์ความสว่างของดาวหางเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก นักดาราศาสตร์บางกลุ่มประเมินว่าดาวหางดวงนี้อาจมีโชติมาตร (ระดับความสว่าง) อยู่ที่ระดับ 8 ซึ่งเทียบเท่ากับความสว่างของดาวเนปจูน ทำให้ต้องอาศัยกล้องสองตาในการสังเกตการณ์ แต่ในทางกลับกันก็มีการประเมินว่าอาจสว่างได้ถึงระดับ 2.5 ซึ่งสว่างเทียบเท่ากับดาวฤกษ์ดวงหลักในกลุ่มดาวแคสสิโอเปีย (กลุ่มดาวค้างคาว) หากเป็นเช่นนั้น เราก็จะสามารถมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่าในพื้นที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท

ปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยให้ดาวหางสว่างขึ้นคือปรากฏการณ์ทางแสงที่เรียกว่า “การกระเจิงไปข้างหน้า” (Forward scattering) เนื่องจากในช่วงปลายเดือนเมษายน ดาวหางจะเคลื่อนที่มาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ฝุ่นและก๊าซที่หางของดาวหางจะสะท้อนและกระเจิงแสงอาทิตย์ตรงมายังทิศทางของโลก ทำให้ผู้สังเกตการณ์บนโลกมองเห็นดาวหางสว่างกว่าปกติ

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซีกโลกเหนือ รวมถึงประเทศไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสังเกตการณ์คือช่วงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นในปลายเดือนเมษายน ดาวหางจะปรากฏอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวปลา (Pisces) ใต้กลุ่มดาวม้าบิน (Pegasus) สูงจากขอบฟ้าทิศตะวันออกประมาณ 15 องศาในช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนรุ่งเช้า

สำหรับช่วงที่ดาวหางเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 27 เมษายน ดาวหางอาจถูกกลืนหายไปกับแสงสว่างของดวงอาทิตย์ทำให้สังเกตได้ยากขึ้น

แม้จะยังไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ซี/2568 อาร์3 แพนสตาร์ส จะกลายเป็น “ดาวหางดวงยิ่งใหญ่” ประจำปี 2569 อย่างที่หวังไว้หรือไม่ แต่มันก็เป็นเป้าหมายที่น่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับนักดูดาว ใครที่สนใจสามารถเตรียมกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ให้พร้อม และหาสถานที่โล่งแจ้งทางทิศตะวันออกที่ไม่มีแสงไฟรบกวน เพื่อเฝ้ารอชมผู้มาเยือนจากห้วงอวกาศดวงนี้ในช่วงกลางถึงปลายเดือนเมษายน


ข้อมูลอ้างอิง: Space. com

  • Will Comet C/2025 R3 (PanSTARRS) be the ‘great comet’ of 2026?