เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่น่าตื่นเต้นส่งท้ายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของโลกถึง 6 ดวงจะปรากฏกายพร้อมกันบนท้องฟ้ายามค่ำคืนในลักษณะที่เรียกว่า “พาเหรดดาวเคราะห์” ในช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ แม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากและอาจต้องใช้ความพยายามในการสังเกตสักนิด แต่รับรองว่าคุ้มค่าสำหรับผู้ที่หลงใหลในดาราศาสตร์อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีความพิเศษต่อเนื่องด้วยปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่จะตามมาในช่วงต้นเดือนมีนาคมอีกด้วย
สำหรับการรับชมพาเหรดดาวเคราะห์ในครั้งนี้ ช่วงเวลาคือหัวใจสำคัญ เนื่องจากดาวเคราะห์บางดวงจะปรากฏให้เห็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ หลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น หากคุณสามารถหาสถานที่ที่มีทัศนวิสัยโล่งแจ้งทางทิศตะวันตกและท้องฟ้าปลอดโปร่ง คุณจะมีโอกาสได้เห็นดาวเคราะห์วงในสองดวง ได้แก่ “ดาวศุกร์” และ “ดาวพุธ” เคียงคู่กับ “ดาวเสาร์” โดยดาวทั้งสามดวงนี้มีความสว่างเพียงพอที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่อาจต้องอาศัยกล้องสองตา (Binoculars) ช่วยในการค้นหาเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะดาวศุกร์และดาวพุธที่จะอยู่ใกล้ขอบฟ้ามากที่สุดในช่วงแสงสนธยา โดยมีดาวเสาร์ลอยอยู่สูงขึ้นไปเล็กน้อย
ในบริเวณใกล้เคียงกับดาวเสาร์ ยังมี “ดาวเนปจูน” แฝงตัวอยู่ด้วย แต่เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลและมีความสว่างน้อย การมองหาดาวเนปจูนด้วยตาเปล่าจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และแม้แต่การใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดหน้ากล้อง 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) ก็ยังถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งท่ามกลางแสงสลัวของยามเย็น ทั้งนี้ กลุ่มดาวเคราะห์ทั้ง 4 ดวงในโซนนี้จะลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเพียงประมาณ 30 นาทีหลังดวงอาทิตย์ตก และจะตกลบขอบฟ้าไปภายในเวลาไม่เกิน 45 นาที ดังนั้นนักดูดาวจึงต้องแข่งกับเวลาเพื่อเก็บภาพความประทับใจนี้
เมื่อคุณได้ชื่นชมดาวเคราะห์ทางทิศตะวันตกเรียบร้อยแล้ว ให้ลองหันมองขึ้นไปสูงทางทิศใต้ คุณจะพบกับ “ดาวพฤหัสบดี” ที่สุกสว่างโดดเด่นอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) ซึ่งหาได้ง่ายมากเนื่องจากเป็นวัตถุท้องฟ้าที่มีความสว่างคงที่ ไม่กะพริบระยิบระยับเหมือนดวงดาวทั่วไป หากสังเกตให้ดีจะพบว่าดาวทั้งสามดวงที่เรียงกันเป็น “เข็มขัดนายพราน” หรือดาวไถ (Orion’s Belt) จะวางตัวอยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มดาวเคราะห์ทางทิศตะวันตกกับดาวพฤหัสบดีพอดี
ถัดมาคือดาวเคราะห์ดวงที่เจ็ดอย่าง “ดาวยูเรนัส” ซึ่งซ่อนตัวอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนเช่นกัน แต่การจะมองเห็นดาวดวงนี้จำเป็นต้องใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก เทคนิคในการค้นหาคือการใช้เข็มขัดนายพรานเป็นจุดอ้างอิง โดยมองไล่ขึ้นไปตามแนวของดาวสามดวง (อัลนิทาก, อัลนิลัม และมินทากะ) จนกระทั่งพบกับ “กระจุกดาวลูกไก่” (Pleiades หรือ M45) ที่ส่องแสงระยิบระยับ ดาวยูเรนัสจะปรากฏอยู่บริเวณด้านล่างของกระจุกดาวลูกไก่ในกลุ่มดาววัว (Taurus) นอกจากนี้ ในค่ำคืนเดียวกัน ดวงจันทร์ข้างขึ้นที่มีความสว่างราว 92% จะโคจรเข้าไปใกล้กับ “กระจุกดาวรวงผึ้ง” (Beehive Cluster หรือ M44) ซึ่งเป็นกลุ่มดาวฤกษ์สว่างกว่า 1,000 ดวงที่อยู่ห่างจากเราไปประมาณ 577 ปีแสงอีกด้วย
ความมหัศจรรย์ของท้องฟ้าไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อพาเหรดดาวเคราะห์ลาลับไป สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม นั่นคือปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” หรือที่เรียกกันว่า “พระจันทร์สีเลือด” ซึ่งเกิดจากดวงจันทร์เต็มดวง (Full Worm Moon) เคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก ส่งผลให้พื้นผิวของดวงจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐหรือสีทองแดงนานถึง 58 นาที โดยพื้นที่ที่จะสามารถรับชมปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด ได้แก่ ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออก นับเป็นช่วงสัปดาห์ทองที่คนรักดวงดาวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
ข้อมูลอ้างอิง: Live Science
- Rare ‘planetary parade’ will return to the evening sky this week