องค์การอวกาศยุโรป หรือ อีซา (ESA) เตรียมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการส่ง โซฟี อเดโนต์ (Sophie Adenot) นักบินอวกาศหญิงชาวฝรั่งเศส ขึ้นปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นี้ โดยเธอไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจของฝรั่งเศสในฐานะนักบินอวกาศหญิงคนที่สองของประเทศต่อจาก โคลดี แอญีแร (Claudie Haigneré) แต่ยังเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดจากภาคพื้นดินสู่ห้วงอวกาศด้วยทักษะวิศวกรรมและการบินที่โดดเด่น
เส้นทางจากวิศวกรและนักบินทดสอบระดับแถวหน้า
โซฟี อเดโนต์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2525 ณ ประเทศฝรั่งเศส เธอเริ่มต้นเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ด้วยการเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่สถาบัน ISAE-SUPAERO โดยเชี่ยวชาญด้านพลศาสตร์การบินของอากาศยานและยานอวกาศ ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Human Factors Engineering จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ เอ็มไอที (MIT) ในสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2547 ซึ่งระหว่างการศึกษาที่เอ็มไอที เธอได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบการทรงตัวของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงเทียม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการฝึกฝนนักบินอวกาศ
หลังจากเรียนจบ เธอได้ก้าวเข้าสู่กองทัพอากาศและอวกาศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2548 และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักบินทดสอบเฮลิคอปเตอร์หญิงคนแรกของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2561 โดยได้รับเหรียญรางวัลเกียรติยศมากมายจากฝีมือการบินที่แม่นยำ เธอมีประสบการณ์บินสูงถึง 3,000 ชั่วโมง กับอากาศยานกว่า 22 ประเภท และเคยผ่านภารกิจค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่อันตรายมาอย่างโชกโชน ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เธอเป็นผู้ที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจสำหรับการเผชิญหน้ากับสภาวะสุดขั้วในอวกาศ
ภารกิจ “เอปไซลอน” (Epsilon) และการทดลองวิทยาศาสตร์ล้ำสมัย
ในปี พ.ศ. 2565 โซฟีได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศรุ่นใหม่ของอีซา จากผู้สมัครกว่า 22,500 คน และล่าสุดเธอได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจแรกที่ชื่อว่า “เอปไซลอน” (Epsilon) โดยจะออกเดินทางไปกับยานอวกาศดรากอน (SpaceX Dragon) ในภารกิจ Crew-12 ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมจากนาซา (NASA) และรอสคอสมอส (Roscosmos)
ในระหว่างการพำนักบนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลาประมาณ 8-9 เดือน โซฟีจะรับผิดชอบการทดลองทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 200 รายการ โดยมีการทดลองหลักที่น่าสนใจดังนี้
- EchoFinder
การทดสอบระบบตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์แบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เข้ามาช่วย เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถตรวจร่างกายได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากหมอบนโลก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภารกิจเดินทางไปดวงจันทร์หรือดาวอังคารที่สัญญาณสื่อสารจะมีความล่าช้า - PhysioTool
ระบบเซนเซอร์ติดตามสภาวะทางกายภาพแบบเรียลไทม์ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และคุณภาพการนอนหลับในสภาวะไมโครกราวิตี้ (Microgravity) หรือสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ - EchoBones
การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อประเมินความหนาแน่นของมวลกระดูกและการไหลเวียนโลหิตภายในเนื้อเยื่อกระดูก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่นักบินอวกาศต้องเผชิญเมื่ออยู่ในอวกาศนาน ๆ - ChlorISS
โครงการด้านการศึกษาที่จะให้เด็กนักเรียนกว่า 160,000 คนทั่วฝรั่งเศส ทำการทดลองปลูกพืชควบคู่ไปกับการทดลองของโซฟีบนอวกาศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศมากขึ้น - Metal 3D Printer
โซฟีจะร่วมทดสอบการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับโลหะบนอวกาศ เพื่อผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ที่จำเป็น ซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในการตั้งถิ่นฐานนอกโลกในอนาคต
ความสำเร็จของ โซฟี อเดโนต์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้ไปเยือนสถานีอวกาศนานาชาติเท่านั้น แต่เธอยังเป็นตัวหลักในการทดสอบชุดนักบินอวกาศสำหรับใช้ภายในยานรุ่นใหม่ของยุโรป และเป็นฟันเฟืองสำคัญของโครงการอาร์เทมิส (Artemis) ที่มุ่งหน้ากลับสู่ดวงจันทร์ ภารกิจเอปไซลอนของเธอจึงเปรียบเสมือนก้าวเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ในการขยายขอบเขตความรู้ของมนุษยชาติ เพื่อนำความรู้เหล่านั้นกลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตบนโลกและเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเผ่าพันธุ์ที่เดินทางข้ามดวงดาว
ข้อมูลอ้างอิง:
- Sophie Adenot’s French experiments on the ISS / CNES
- Sophie Adenot / ESA Official Biography