สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการอวกาศอีกครั้ง หลังประกาศแผนเตรียมปล่อยดาวเทียมจำนวนมหาศาลกว่า 1 ล้านดวงขึ้นสู่วงโคจร เพื่อสร้างเป็นศูนย์ข้อมูลสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศ อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กำลังเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากนักดาราศาสตร์ทั่วโลก ที่ออกมาเตือนว่าจำนวนดาวเทียมที่มหาศาลนี้จะบดบังแสงดาวธรรมชาติ และเปลี่ยนแปลงทัศนียภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนสำหรับทุกคนบนโลกไปตลอดกาล
เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของสเปซเอ็กซ์ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ต้องการย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลของปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานมหาศาลขึ้นไปสู่อวกาศ เนื่องจากศูนย์ข้อมูลบนโลกต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนจำนวนมหาศาล แนวคิดนี้คือการสร้างศูนย์ข้อมูลในวงโคจร โดยอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องและไม่จำกัดในอวกาศ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอารยธรรมมนุษย์ให้สามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานของดวงอาทิตย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แม้ว่าแนวคิดดังกล่าวจะดูล้ำสมัย แต่ผลกระทบที่จะตามมานั้นสร้างความกังวลให้กับวงการวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง ปัจจุบันมีดาวเทียมเครือข่ายสตาร์ลิงก์ (Starlink) โคจรอยู่รอบโลกมากกว่าหนึ่งหมื่นดวง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่าหนึ่งในสิบห้าของจุดสว่างบนท้องฟ้าที่เรามองเห็นเวลากลางคืนนั้นไม่ใช่ดาวฤกษ์แต่เป็นดาวเทียม หากสเปซเอ็กซ์ได้รับอนุญาตให้ปล่อยดาวเทียมเพิ่มอีก 1 ล้านดวง สถานการณ์จะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
ตามปกติแล้วดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นดาวฤกษ์ด้วยตาเปล่าในพื้นที่ที่ไม่มีมลภาวะทางแสงได้เพียงประมาณ 4,500 ดวงเท่านั้น หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง จำนวนดาวเทียมบนท้องฟ้าจะมีมากกว่าดาวฤกษ์ตามธรรมชาติอย่างเทียบไม่ติด ทำให้จุดสว่างที่เราเห็นนับพันนับหมื่นดวงบนฟ้าจะเป็นเพียงเครื่องจักรที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งจะกลบแสงของดวงดาวที่เราเคยรู้จักมาตั้งแต่อดีตกาล
สำหรับวงการดาราศาสตร์ โครงการนี้ถือเป็นความท้าทายและอุปสรรคครั้งใหญ่ แม้ว่าที่ผ่านมาสเปซเอ็กซ์จะพยายามพัฒนาวัสดุเคลือบเพื่อลดความสว่างของดาวเทียมลง แต่แสงสะท้อนที่หลงเหลืออยู่ก็ยังคงสว่างเกินไปสำหรับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ การมีดาวเทียม 1 ล้านดวงเคลื่อนที่ตัดผ่านท้องฟ้าตลอดเวลา จะรบกวนการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และการศึกษาวัตถุในอวกาศห้วงลึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แนวคิดการทำงานแบบมุ่งเน้นความรวดเร็วและยอมรับความเสียหายของบริษัทเทคโนโลยีกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักเมื่อนำมาใช้กับอวกาศ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด การเพิ่มจำนวนดาวเทียมขึ้นอีกเกือบ 70 เท่าจากดาวเทียมทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่สร้างมลภาวะทางแสง แต่ยังเพิ่มความหนาแน่นในวงโคจรระดับต่ำของโลก ซึ่งเสี่ยงต่อการพุ่งชนกัน และอาจส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศเมื่อดาวเทียมเหล่านี้หมดอายุขัยและตกลงมาเผาไหม้
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นมรดกทางธรรมชาติที่มนุษยชาติทุกคนมีร่วมกัน แผนการส่งดาวเทียมหนึ่งล้านดวงของสเปซเอ็กซ์จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามสำคัญต่อหน่วยงานกำกับดูแลระดับนานาชาติ ว่าเราพร้อมที่จะแลกความสวยงามของดวงดาวและการไขความลับของเอกภพ กับความก้าวหน้าของระบบคอมพิวเตอร์ในอวกาศหรือไม่ ในอนาคตอันใกล้นี้ การหาจุดสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการอนุรักษ์ธรรมชาติบนท้องฟ้า จะเป็นหนึ่งในบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของมนุษยชาติ
ข้อมูลอ้างอิง: Phys. org
- A million new SpaceX satellites will destroy the night sky—for everyone on Earth