ประเทศไทยเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการวิศวกรรมการแพทย์อวกาศ เมื่อ ผศ. ดร.วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำชุดทดลอง “TIGERS-X” เข้ารับการทดสอบความเข้ากันได้ขั้นสุดท้ายที่ประเทศเบลเยียม เพื่อยืนยันความปลอดภัยและความพร้อมของระบบ ก่อนกำหนดการเดินทางสู่สถานีอวกาศนานาชาติด้วยจรวดของบริษัทสเปซเอ็กซ์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้
โครงการ TIGERS-X หรือชื่อเต็มคือ Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space Exploration เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อศึกษากระบวนการผสมสารเคมีให้เป็นเนื้อเดียวกันหรือการสร้างอิมัลชันในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ หัวใจสำคัญของอุปกรณ์นี้คือการวิจัยและพัฒนายาสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำโดยตรง ซึ่งมักเป็นตัวยาที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเตรียมยากในสภาวะปกติบนโลก

ความโดดเด่นของอุปกรณ์ชุดนี้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยี “แล็บออนชิป” (Lab-on-chip) ซึ่งเป็นการจำลองห้องปฏิบัติการย่อส่วนลงบนแผ่นชิปขนาดเล็ก ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถควบคุมและสั่งการได้โดยตรงจากพื้นโลก ช่วยให้นักวิจัยสามารถติดตามพฤติกรรมของตัวยาในอวกาศได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ TIGERS-X ยังถือเป็นอุปกรณ์ทางวิศวกรรมการแพทย์ชุดแรกของไทยที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดขององค์กรอวกาศนานาชาติ ทั้งในด้านระบบไฟฟ้า ระบบกลไก และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักบินอวกาศและสถานีอวกาศ

ก้าวสำคัญนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และเป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สังกัด สวทช.
การทดลองในครั้งนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากส่วนงานวิจัยมูลฐาน (Fundamental Fund) ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมมือพัฒนาโครงการกับคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
- ข้อมูลอ้างอิง: คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์