ข่าวอวกาศ

นาซาส่งจรวดคู่แฝดทะยานฟ้าเหนือน่านฟ้าอลาสก้า เร่งไขปริศนา “แสงเหนือสีดำ” และระบบวงจรไฟฟ้าในชั้นบรรยากาศ

องค์การนาซาประสบความสำเร็จในการส่งจรวดวิจัยจำนวน 2 ภารกิจขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากฐานยิงในรัฐอลาสก้า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อทำการศึกษา “ระบบวงจรไฟฟ้า” ที่ซ่อนอยู่ภายในแสงออโรราหรือแสงเหนือ การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยพลังงานมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักบินอวกาศและระบบดาวเทียมที่โคจรรอบโลก

ภารกิจดังกล่าวประกอบด้วยการยิงจรวดสำรวจระดับกึ่งวงโคจร (Sounding Rocket) จากสนามวิจัยโปเกอร์แฟลต ใกล้กับเมืองแฟร์แบงค์ รัฐอลาสก้า โดยจรวดเหล่านี้ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ล้ำสมัยเพื่อทะยานเข้าสู่ใจกลางของแสงเหนือในช่วงเวลาสั้น ๆ และเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมทางไฟฟ้าในชั้นบรรยากาศโลกที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างลมสุริยะและสนามแม่เหล็กโลก

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ภารกิจ “แบดแอส” (Black and Diffuse Auroral Science Surveyor – BADASS) ซึ่งถูกส่งขึ้นไปในช่วงเช้ามืดของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เพื่อศึกษาสิ่งที่เรียกว่า “แสงเหนือสีดำ” (Black Auroras) ปรากฏการณ์นี้มีความพิเศษและแตกต่างจากแสงเหนือทั่วไป โดยปกติแล้วแสงเหนือจะเกิดขึ้นเมื่ออิเล็กตรอนพุ่งตกลงมายังชั้นบรรยากาศโลก แต่ในกรณีของแสงเหนือสีดำนั้น อิเล็กตรอนกลับพุ่งย้อนกลับขึ้นไปสู่อวกาศแทน จรวดในภารกิจนี้พุ่งทะยานไปถึงระดับความสูงประมาณ 360 กิโลเมตร ก่อนจะตกกลับลงสู่โลก ซึ่งทีมนักวิจัยยืนยันว่าอุปกรณ์ทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์และสามารถเก็บข้อมูลคุณภาพสูงเพื่อนำมาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้กระแสอิเล็กตรอนเกิดการไหลย้อนกลับในลักษณะนี้ได้

ในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นาซาได้ดำเนินการต่อเนื่องด้วยภารกิจ “ไนซ์” (Geophysical Non-Equilibrium Ionospheric System Science – GNEISS) โดยใช้จรวดสำรวจอีกคู่หนึ่งยิงขึ้นไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเพื่อสร้างภาพจำลองที่เปรียบเสมือนการ “ทำซีทีสแกน” (CT scan) ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในแสงเหนือ จรวดทั้งสองลำพุ่งขึ้นไปที่ระดับความสูงประมาณ 319 กิโลเมตร เพื่อตรวจวัดการกระจายตัวของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านชั้นบรรยากาศลงมาสู่เบื้องล่าง

ข้อมูลที่ได้จากการทำงานร่วมกันระหว่างจรวดและเครือข่ายเครื่องรับสัญญาณบนพื้นดิน จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างภาพจำลองสามมิติของสภาพแวดล้อมทางไฟฟ้าและพลาสมาภายใต้แสงออโรราได้เป็นครั้งแรก ซึ่งความเข้าใจในระบบไฟฟ้าของชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์นี้มีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากปรากฏการณ์แสงออโรรามักมาพร้อมกับพายุแม่เหล็กโลก ซึ่งอาจรบกวนระบบสื่อสารทางวิทยุ ทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ ส่งผลต่อเส้นทางการบิน และที่สำคัญที่สุดคืออาจเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของดาวเทียมรวมถึงสุขภาพของนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในสถานีอวกาศ

การศึกษาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการถอดรหัสกลไกทางธรรมชาติเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างเกราะป้องกันให้กับเทคโนโลยีอวกาศและการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคที่การสำรวจอวกาศกำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว


ข้อมูลอ้างอิง: Space.com

  • NASA launches twin rocket missions from Alaska to study mysterious black auroras