นักวิทยาศาสตร์ค้นพบร่องรอยทางธรณีวิทยาที่ชี้ชัดว่า “ดาวอังคาร” ในอดีตอาจไม่ได้เป็นเพียงดาวเคราะห์สีแดงที่แห้งแล้ง แต่เคยมีมหาสมุทรขนาดใหญ่เทียบเท่ากับมหาสมุทรอาร์กติกบนโลกของเราครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการค้นพบนี้ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดาวอังคารเคยมีสภาวะเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต
จากการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 ทีมนักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ได้วิเคราะห์ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากยานสำรวจหลายลำ ไม่ว่าจะเป็นยานเอ็กโซมาร์ส เทรซ แก๊ส ออร์บิเตอร์ และยานมาร์ส เอ็กซ์เพรส ขององค์การอวกาศยุโรป รวมถึงยานมาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์ ของนาซา ข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องไทม์แมชชีนทางธรณีวิทยาที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจำลองสภาพแวดล้อมในอดีตของดาวอังคารขึ้นมาใหม่ได้อย่างแม่นยำ
จุดที่นักวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษคือบริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ของหุบเขา “คอพราเทส ชาสมา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบหุบเขาวาลเลส มาริเนริส ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ โดยทีมวิจัยพบลักษณะการทับถมของตะกอนที่มีลักษณะคล้ายกับ “ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ” บนโลก ซึ่งเกิดจากการที่กระแสน้ำพัดพาเศษหินและทรายมาสะสมตัวกันในบริเวณที่แม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร แม้ในปัจจุบันโครงสร้างเหล่านี้จะถูกปกคลุมด้วยสันทรายที่เกิดจากแรงลมมาเป็นเวลานาน แต่รูปทรงดั้งเดิมของมันยังคงปรากฏร่องรอยที่ชัดเจนพอให้นักวิทยาศาสตร์จำแนกได้
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการค้นพบว่า แหล่งทับถมของตะกอนเหล่านี้ทั้งหมดตั้งอยู่ในระดับความสูงที่ใกล้เคียงกัน คือที่ระดับความลึกประมาณ 3,650 ถึง 3,750 เมตร และคาดว่าก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 3,370 ล้านปีก่อน หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของแนวชายฝั่งโบราณที่ทอดยาวเชื่อมต่อกัน ซึ่งหมายความว่าน้ำบนดาวอังคารในยุคนั้นไม่ได้อยู่แค่ในทะเลสาบที่แยกตัวออกจากกัน แต่เป็นระบบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมถึงกันในระดับดาวเคราะห์

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการดาราศาสตร์ เพราะเป็นหลักฐานใหม่ที่ช่วยระบุตำแหน่งของแนวชายฝั่งและระดับความสูงของน้ำในอดีตได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดาวอังคารอาจเคยมีน้ำสถานะของเหลวอยู่บนพื้นผิวอย่างมั่นคงและยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ในก้าวต่อไปนักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะศึกษาองค์ประกอบของดินบนดาวอังคารเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจถึงกระบวนการกัดเซาะที่เกิดจากน้ำในอดีต ซึ่งอาจนำไปสู่คำตอบว่าสภาพแวดล้อมที่เคยเปียกชื้นนี้เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นหรือไม่
ข้อมูลอ้างอิง: Space.com
- Was the Red Planet once blue? New evidence points to an ancient ocean on Mars