• เกี่ยวกับเวิร์ดเพรส
    • WordPress.org
    • เอกสารประกอบ
    • Learn WordPress
    • สนับสนุน
    • ผลตอบรับ
  • Log In
Skip to content
SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ข่าวอวกาศ ความรู้ดาราศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศ

Primary Menu
  • หน้าแรก
  • ข่าวอวกาศ
  • ระบบสุริยะ
    • ระบบสุริยะของเรา
    • ดวงอาทิตย์
    • ดวงจันทร์
    • ดาวพุธ
    • ดาวศุกร์
    • โลก
    • ดาวอังคาร
    • ดาวพฤหัสบดี
    • ดาวเสาร์
    • ดาวยูเรนัส
    • ดาวเนปจูน
    • ดาวเคราะห์แคระ
  • นักบินอวกาศและนักดาราศาสตร์
    • นักบินอวกาศ
    • นักดาราศาสตร์
    • ตำนานวงการอวกาศ
    • คนไทยในวงการอวกาศ
  • สารานุกรมดาราศาสตร์
    • ดาราศาสตร์
    • โครงการอะพอลโล
    • เทคโนโลยีอวกาศ
    • หน่วยงานอวกาศ
    • เทคโนโลยีจรวด
    • ความรู้รอบตัว
  • ติดต่อมนุษย์อวกาศ
เพจ SPACEMAN
  • Home
  • สารานุกรมดาราศาสตร์
  • รู้จักกับ “รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ”
  • ดาราศาสตร์
  • สารานุกรมดาราศาสตร์

รู้จักกับ “รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ”

มนุษย์อวกาศ 28 กรกฎาคม 2025

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าจักรวาลอันกว้างใหญ่ของเรามีจุดกำเนิดอย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เองก็เฝ้าตั้งคำถามนี้มาเนิ่นนาน และหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยไขความลับนี้ก็คือ รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ (Cosmic Microwave Background) ซึ่งมักเรียกโดยย่อว่า CMB

CMB คือแสงริบหรี่ที่หลงเหลือมาจากยุคแรกเริ่มของเอกภพ เปรียบเสมือน “เสียงสะท้อน” หรือ “แสงแรก” จากเหตุการณ์บิกแบง (Big Bang) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดเกี่ยวกับการกำเนิดเอกภพ แสงนี้เดินทางผ่านอวกาศมาเป็นเวลานานเกือบ 13,800 ล้านปี จนมาถึงเราในปัจจุบัน

แสงแรกแห่งจักรวาล

ในช่วงแรกเริ่มหลังเกิดบิกแบง เอกภพมีอุณหภูมิสูงและหนาแน่นอย่างยิ่งยวด เต็มไปด้วยความร้อนระอุของอนุภาคมูลฐานอย่างโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน ในสภาวะเช่นนี้ แสงหรือโฟตอน (photon) ไม่สามารถเดินทางเป็นเส้นตรงได้ไกลนัก เพราะจะชนกับอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่อย่างอิสระอยู่ตลอดเวลา ทำให้เอกภพในยุคนั้นมีลักษณะทึบแสง คล้ายกับหมอกหนาทึบ

จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 380,000 ปี เอกภพได้ขยายตัวและเย็นลงจนมีอุณหภูมิประมาณ 2,700 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจุดที่โปรตอนและนิวตรอนสามารถจับตัวกับอิเล็กตรอน กลายเป็นอะตอมไฮโดรเจนและฮีเลียมที่เป็นกลางทางไฟฟ้าได้สำเร็จ เมื่ออิเล็กตรอนอิสระหายไป แสงหรือโฟตอนจึงสามารถเดินทางเป็นเส้นตรงได้อย่างอิสระเป็นครั้งแรก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การรวมตัวอีกครั้ง (Recombination) แสงที่ถูกปลดปล่อยออกมาในยุคนี้เองคือสิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อ CMB

เมื่อเวลาผ่านไป เอกภพยังคงขยายตัวและเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้แสงแรกเริ่มนี้สูญเสียพลังงานไปเรื่อยๆ ความยาวคลื่นของมันจึงยืดออก จากแสงที่มองเห็นได้กลายมาเป็นรังสีไมโครเวฟที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมีอุณหภูมิเฉลี่ยในปัจจุบันเพียงแค่ประมาณ 2.725 เคลวิน หรือประมาณ -270.4 องศาเซลเซียสเท่านั้น

การค้นพบ CMB ในปี ค.ศ. 1965 โดย อาร์โน เพนเซียส (Arno Penzias) และ โรเบิร์ต วิลสัน (Robert Wilson) วิศวกรจากเบลล์ แล็บส์ (Bell Labs) ถือเป็นหนึ่งในการค้นพบทางดาราศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 ในตอนแรก พวกเขาตรวจพบสัญญาณรบกวนคล้ายเสียงซ่าที่มีอยู่ทุกทิศทุกทางบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะหันสายอากาศไปทางไหนก็ตาม และหลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่ใช่สัญญาณรบกวนจากโลก พวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่านี่คือรังสีที่มาจากนอกกาแล็กซีของเรา ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็น CMB การค้นพบนี้เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบงอย่างแข็งแกร่ง และทำให้เพนเซียสและวิลสันได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1978

ภาพแผนที่ CMB ที่ได้จากดาวเทียมสำรวจอย่าง COBE, WMAP และ Planck ขององค์การนาซา (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้เผยให้เห็นความผันผวนของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยในตำแหน่งต่างๆ บนท้องฟ้า ซึ่งความแตกต่างเพียงน้อยนิดนี้เอง ที่เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโครงสร้างขนาดใหญ่ของเอกภพที่เราเห็นในปัจจุบัน เช่น กาแล็กซีและกระจุกกาแล็กซี

ดังนั้น “รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ” จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่แสงจางๆ จากอดีต แต่เป็นหน้าต่างบานสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองย้อนกลับไปศึกษาเอกภพในวัยเยาว์ ทำความเข้าใจองค์ประกอบ การขยายตัว และวิวัฒนาการของจักรวาลของเราได้อย่างลึกซึ้ง


ข้อมูลอ้างอิง: NASA Science

  • Cosmic Microwave Background
จำนวนเข้าชม: 68

Continue Reading

Previous: ยานสำรวจยูโรปาคลิปเปอร์ของนาซา เผยภาพหายาก ดวงจันทร์ของดาวอังคาร โฟบอสและไดมอส เคียงคู่กัน
Next: นาซาและสเปซเอ็กซ์ เตรียมพร้อมนักบินอวกาศ “Crew-11” สู่การเดินทางครั้งสำคัญ

เรื่องน่าอ่าน

Spirals and supernovae
  • ดาราศาสตร์
  • สารานุกรมดาราศาสตร์

เกลียวแขนกาแล็กซีกับซูเปอร์โนวา เรื่องราวจากกาแล็กซี NGC1015

มนุษย์อวกาศ 24 สิงหาคม 2025
Eggs in space
  • ความรู้รอบตัว
  • สารานุกรมดาราศาสตร์

ไม่มีไข่เจียวปูกินบนสถานีอวกาศ แล้วนักบินอวกาศกินเมนูไข่กันอย่างไร?

มนุษย์อวกาศ 21 สิงหาคม 2025
1783 Great Meteor
  • ความรู้รอบตัว
  • สารานุกรมดาราศาสตร์

ย้อนรอยดาวตกใหญ่ปี ค.ศ. 1783 เมื่อมังกรไฟปรากฏเหนือฟากฟ้าบริเตน

มนุษย์อวกาศ 19 สิงหาคม 2025

นิตยสารสาระวิทย์ (Free E-Book)

Sarawit-Banner

เรื่องยอดนิยม

  • nasa_technology9 เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ที่มาจากการสำรวจอวกาศ (5,838)
  • Buzz-Aldrinบัซ อัลดริน (Buzz Aldrin) นักบินอวกาศนาซา (3,686)
  • CNSA-Moonจีนเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจอวกาศห้วงลึก หลังจากเก็บตัวอย่างด้านไกลของดวงจันทร์ (2,936)
  • Lunar-soil-Change5ดินดวงจันทร์จากยานฉางเอ๋อ 5 ในงาน อว. แฟร์ 22-28 ก.ค. 67 (2,907)
  • Poralis-DawnSpaceX กำหนดปล่อยภารกิจ Polaris Dawn จะมีการเดินอวกาศ (Spacewalk) โดยเอกชนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ (2,806)
Copyright © All rights reserved. | MoreNews by AF themes.