ข่าวอวกาศ

ก้าวสำคัญอวกาศไทย! เดินเครื่องภารกิจ ‘TIGERS-X’ ควบคุมตรงจากไทยสู่สถานีอวกาศนานาชาติ

ชุดการทดลอง TIGERS-X ของประเทศไทย ได้รับการติดตั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) เป็นที่เรียบร้อย พร้อมส่งสัญญาณตรงกลับมายังศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินในไทย เพื่อเริ่มต้นภารกิจวิจัยเต็มรูปแบบในวงโคจรต่ำของโลก

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากภารกิจ TIGERS-X (Thailand Innovative G-Force Varied Emulsification Research for Space Exploration) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยยานขนส่งสัมภาระดรากอน (Dragon) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และเดินทางถึงสถานีอวกาศในอีกสองวันถัดมา โดยตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบมาในรูปแบบห้องปฏิบัติการบนชิป (Lab-on-a-Chip) ที่กะทัดรัด ปลอดภัยสูง เพื่อใช้ศึกษาพฤติกรรมของของไหลและการผสมของสารคอลลอยด์ (Colloid) ในอวกาศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการพัฒนาเวชศาสตร์อวกาศและการดำรงชีวิตของมนุษย์ในระยะยาว

ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.10 น. ตามเวลาประเทศไทย เมื่อโซฟี อาเดโนต์ (Sophie Adenot) นักบินอวกาศองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) ได้ทำการติดตั้งชุดการทดลองนี้เข้ากับแพลตฟอร์มไอซ์คิวบส์ (ICE Cubes Facility) ภายในห้องปฏิบัติการโคลัมบัส (Columbus Laboratory Module) จากนั้นในเวลา 23.38 น. ทีมวิศวกรและนักวิจัยไทยก็สามารถสื่อสารและควบคุมชุดการทดลองได้โดยตรงจากศูนย์ควบคุมในประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งสิ่งของขึ้นไป แต่เราคือผู้ควบคุมปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในอวกาศด้วยตัวเองจากผืนแผ่นดินไทย

หลังจากการเชื่อมต่อสัญญาณแรกสำเร็จ ทีมวิจัยได้ตรวจเช็กระบบและปรับเทียบระบบ (Calibration) ทันที โดยทำการทดสอบระบบไฟฟ้า กล้องถ่ายภาพภายในทั้ง 4 ชุด และทดลองฉีดของไหลผ่านระบบไมโครฟลูอิดิกส์ (Microfluidics) ทั้งหมด 3 รอบตามจังหวะที่สถานีอวกาศรับรับส่งสัญญาณ หรือช่วงเวลา AOS (Acquisition of Signal) จนเสร็จสิ้นในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ผลการทดสอบพบว่าระบบทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และพฤติกรรมของของไหลสอดคล้องกับแบบจำลองที่คำนวณไว้บนโลกอย่างแม่นยำ พร้อมเข้าสู่ระยะการทดลองหลัก หรือ Day 1 อย่างเต็มตัว

หลังจากนี้ ภารกิจ TIGERS-X จะดำเนินกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน โดยควบคุมและติดตามข้อมูลโทรมาตร (Telemetry) แบบใกล้เคียงเวลาจริง (Near Real-Time) จากประเทศไทยทั้งหมด โดยไม่ต้องรบกวนเวลาของนักบินอวกาศ ความสำเร็จนี้จึงไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการพิสูจน์ศักยภาพอันยอดเยี่ยมของวิศวกรและนักวิจัยไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูง และเป็นก้าวสำคัญในการพาประเทศไทยเข้าสู่ระบบนิเวศของเศรษฐกิจอวกาศระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม