ข่าวอวกาศ

นักวิจัยเสนอแนวคิดส่งรถสำรวจดาวพุธ วิ่งเลียบ “เส้นแบ่งเขตวันและคืน” เพื่อหนีอุณหภูมิสุดขั้ว

นักวิทยาศาสตร์เสนอแนวคิดใหม่ในการสำรวจดาวพุธด้วยการส่งรถสำรวจอวกาศให้วิ่งอยู่ในบริเวณ “เส้นแบ่งเขตวันและคืน” (Terminator Line) ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างด้านที่สว่างและด้านที่มืดมิด เพื่อหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่ร้อนและเย็นจัดสุดขั้ว แนวคิดนี้นำเสนอโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ยานสำรวจสามารถปฏิบัติภารกิจทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

ดาวพุธ (Mercury) เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดและแทบไม่มีชั้นบรรยากาศคอยห่อหุ้ม ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างมหาศาล พื้นผิวด้านที่รับแสงอาทิตย์จะมีความร้อนสูงถึง 427 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่มากพอจะหลอมละลายแร่ดีบุกและตะกั่วได้ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยรังสีที่เป็นอันตราย ในขณะที่ด้านมืดของดาวจะมีอุณหภูมิลดต่ำลงถึงลบ 173 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นจัดจนสามารถแช่แข็งของเหลวเกือบทุกชนิดรวมถึงของเหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้การสำรวจพื้นผิวดาวพุธเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง รถสำรวจที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะไม่สามารถทำงานในฝั่งที่มืดมิดได้ ส่วนการใช้ระบบแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวพลังงานก็จะหมดลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความหนาวเหน็บ

เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมนักวิจัยจากสถาบันธรณีฟิสิกส์และวิทยาการดาวเคราะห์แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้นำเสนองานวิจัยในการประชุมวิทยาศาสตร์ทางจันทรคติและดาวเคราะห์ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยเสนอให้รถสำรวจอวกาศเคลื่อนที่ไปตามเส้นแบ่งเขตวันและคืน ซึ่งเป็นเขตที่มีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่และยังมีแสงสว่างเพียงพอสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ ดาวพุธมีลักษณะการสั่นพ้องของการหมุนรอบตัวเองและการโคจรในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 ซึ่งหมายความว่าการหมุนรอบตัวเอง 3 รอบจะใช้เวลาเท่ากับการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 2 รอบ ทำให้ระยะเวลาหนึ่งวันบนดาวพุธยาวนานถึง 176 วันบนโลก ดังนั้น รถสำรวจจึงไม่ต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากนัก เพียงแค่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบริเวณเส้นศูนย์สูตร ก็จะสามารถวิ่งนำหน้าแสงอาทิตย์และอยู่ในเขตพื้นที่อุณหภูมิปลอดภัยได้ตลอดเวลา

เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือ การเก็บข้อมูลทางธรณีวิทยาเพื่อไขปริศนาการก่อตัวของดาวเคราะห์ ประวัติศาสตร์การเกิดภูเขาไฟ และวิวัฒนาการทางธรณีแปรสัณฐาน รถสำรวจจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับการวิเคราะห์ธาตุและระบุชนิดของแร่ธาตุ เช่น อุปกรณ์สเปกโทรสโกปีแบบเลเซอร์เหนี่ยวนำ เครื่องวัดสเปกตรัมรังสีเอกซ์และรังสีแกมมา เครื่องวัดสเปกตรัมอินฟราเรด และเครื่องตรวจวัดการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจโครงสร้างของพื้นผิวดาวและผลกระทบจากอวกาศ รวมถึงเปิดโอกาสในการศึกษาหลุมอุกกาบาตใหม่ ๆ พื้นที่สีเข้มที่อาจมีสารอินทรีย์ซ่อนอยู่ และน้ำแข็งบริเวณขั้วดาว ซึ่งคาดว่าอาจถูกนำพามาโดยดาวเคราะห์น้อยและดาวหางในช่วงยุคระดมชนหนักเมื่อราว 4,000 ล้านปีก่อน

แม้แนวคิดนี้จะมีความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จของยานยนต์สำรวจในอดีตอย่างรถสำรวจดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโลและรถสำรวจดาวอังคารในปัจจุบัน แต่โครงการนี้ยังคงมีความท้าทายที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสร้างแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตพลังงานได้แม้แสงอาทิตย์จะตกกระทบในมุมต่ำมาก ระบบกักเก็บพลังงานที่เสถียร รวมถึงระบบนำทางอัตโนมัติที่ต้องแม่นยำเพื่อรักษาตำแหน่งรถสำรวจให้อยู่ในบริเวณเส้นแบ่งเขตวันและคืนพร้อมกับหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนพื้นผิวไปพร้อมกัน หากแนวคิดนี้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้มนุษยชาติสามารถไขความลับของดาวเคราะห์ชั้นในสุดดวงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น


ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today

  • A Mercury Rover Could Explore the Planet by Sticking to the Terminator