จากผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านรังสีรักษาเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง สามารถก้าวข้ามสู่บทบาทอาชีพนักสำรวจอวกาศ เรื่องราวของ ดร. คริสโตเฟอร์ แอล วิลเลียมส์ (Dr. Christopher L. Williams) นักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซา (NASA) คือเครื่องพิสูจน์ว่าความหลงใหลในวิทยาศาสตร์นั้นไร้ขอบเขต
คริสโตเฟอร์ วิลเลียมส์ เกิดที่นครนิวยอร์ก แต่เขาถือว่าเมืองโพโทแมก (Potomac) รัฐแมริแลนด์ คือบ้านเกิดของเขา ปัจจุบันสมรสกับ ออเบรย์ ซามอสต์-วิลเลียมส์ (Aubrey Samost-Williams) และมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน
วิลเลียมส์เป็นบุคคลที่รักการทำกิจกรรมและการผจญภัยมาตั้งแต่เด็ก เขามีงานอดิเรกอย่างการเดินป่า ตั้งแคมป์ ทำอาหาร และการท่องเที่ยว ที่สำคัญ เขายังเป็นนักบินส่วนตัว (Private Pilot) และเคยได้รับตำแหน่ง Eagle Scout ระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่งทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมความมีระเบียบวินัยและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขา
ประวัติการศึกษาของวิลเลียมส์เรียกได้ว่ามีความโดดเด่นและหลากหลายมิติเป็นอย่างมาก:
- ระดับปริญญาตรี
ในปี พ.ศ. 2548 จบการศึกษาด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) - ระดับปริญญาเอก
ในปี พ.ศ. 2555 จบการศึกษาดุษฎีบัณฑิตสาขาฟิสิกส์ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT โดยงานวิจัยของเขาเน้นไปที่สาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) - การศึกษาหลังปริญญาเอก
ในปี พ.ศ. 2558 สำเร็จการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน (Residency Training) สาขาฟิสิกส์การแพทย์ จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School)
ก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักบินอวกาศ วิลเลียมส์มีเส้นทางอาชีพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่
- นักสำรวจความลับของเอกภพ
ในช่วงที่เรียนระดับปริญญาเอกที่ MIT วิลเลียมส์ทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับกล้องโทรทรรศน์วิทยุ (Radio Telescope) และเทคนิคการประมวลผลข้อมูลทางจักรวาลวิทยา เขาเป็นหนึ่งในทีมสร้าง Murchison Widefield Array ซึ่งเป็นเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุความถี่ต่ำในออสเตรเลียตะวันตก เพื่อศึกษาจุดกำเนิดและยุคแห่งการแตกตัวเป็นไอออนของเอกภพยุคแรกเริ่ม (Epoch of Reionization) นอกจากนี้ ในสมัยมัธยมและมหาวิทยาลัย เขายังเคยฝึกงานที่ห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพเรือสหรัฐฯ (U.S. Naval Research Laboratory) เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวา (Supernova) - นักฟิสิกส์การแพทย์เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง
หลังจบการศึกษาด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เขาได้ผันตัวมาทำงานด้านการแพทย์ โดยเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่ Harvard Medical School และทำงานเป็นนักฟิสิกส์การแพทย์ประจำแผนกรังสีรักษามะเร็งวิทยา ณ โรงพยาบาลบริกแฮมแอนด์วีเมนส์ (Brigham and Women’s Hospital) และสถาบันมะเร็งดานา-ฟาร์เบอร์ (Dana-Farber Cancer Institute) เขาเป็นหัวหน้านักฟิสิกส์ที่ดูแลโปรแกรมการรักษามะเร็งด้วยรังสีแบบปรับตามภาพเอ็มอาร์ไอ (MR-guided adaptive radiation therapy)
ด้วยความรู้ความสามารถระดับแนวหน้า วิลเลียมส์ได้รับการคัดเลือกให้เป็น NASA Astronaut Candidate ในเดือนธันวาคม 2564
สำหรับภารกิจแรกในอวกาศ เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่วิศวกรประจำเที่ยวบิน (Flight Engineer) ในภารกิจ Expedition 74 โดยเดินทางขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ด้วยยานอวกาศโซยุซ เอ็มเอส-28 (Soyuz MS-28) ร่วมกับนักบินอวกาศจากองค์การรอสคอสมอส (Roscosmos)
สิ่งที่น่าภาคภูมิใจและใกล้ตัวคนไทยมากที่สุด คือในระหว่างปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาตินี้ ดร.วิลเลียมส์ เป็นผู้รับหน้าที่ลงมือทำการทดลองวิทยาศาสตร์ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ (Microgravity) ที่เสนอโดยเยาวชนไทย ในโครงการ “Asian Try Zero-G 2025” เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่างองค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่น (JAXA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของประเทศไทย การที่เขาเป็นผู้ลงมือทำการทดลองนี้ด้วยตัวเองภายในโมดูลคิโบะ (Kibo Module) เป็นการจุดประกายแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้เด็กไทยกล้าฝันถึงอวกาศ
ข้อมูลอ้างอิง:
- NASA Astronaut Christopher L. Williams
- Asian Try Zero-G 2025 โดย JAXA/สวทช.