ข่าวอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์พบ “รอยแผลใหม่” บนดวงจันทร์ หลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ที่เกิดเพียงครั้งเดียวในรอบศตวรรษ

กล้องจากยานโคจรรอบดวงจันทร์ขององค์การนาซา (NASA) ได้ค้นพบรอยแผลใหม่บนผิวดวงจันทร์ ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่มีความกว้างถึง 225 เมตร โดยงานวิจัยชิ้นนี้ถูกนำเสนอในการประชุมวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์และดวงจันทร์ ครั้งที่ 57 (57th Lunar and Planetary Science Conference หรือ LPSC) นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเหตุการณ์พุ่งชนในระดับนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง โดยตามสถิติแล้วจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นภาพความรุนแรงในอวกาศ แต่ยังมอบข้อมูลล้ำค่าที่จะช่วยให้นักวิจัยไขความลับการก่อตัวของหลุมอุกกาบาตในระบบสุริยะของเราได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เมื่อเราแหงนมองดวงจันทร์เต็มดวงในคืนฟ้าโปร่ง ร่องรอยสีคล้ำและผิวขรุขระที่เราเห็นบนนั้นคือหลักฐานของการถูกชนจากอุกกาบาตมานานกว่า 4,000 ล้านปี แตกต่างจากโลกของเราที่มีทั้งสภาพอากาศ กระแสน้ำ และสายลมคอยลบเลือนรอยแผลเหล่านั้น พื้นผิวดวงจันทร์ไม่มีกลไกดังกล่าว สิ่งใดที่พุ่งชนดวงจันทร์ ร่องรอยนั้นจะคงอยู่ตลอดไป แม้ว่าการพุ่งชนจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในทุกระดับขนาด แต่การที่เราจะได้เห็นร่องรอยใหม่เอี่ยมหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นานนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก

ในช่วงปี พ.ศ. 2567 มีวัตถุอวกาศพุ่งชนดวงจันทร์ด้วยความเร็วสูงมหาศาล ทิ้งรอยแผลเป็นหลุมอุกกาบาตกว้างถึง 225 เมตร หรือเทียบเท่ากับความยาวของสนามฟุตบอลสองสนามต่อกัน ข้อมูลจากทีมวิจัยนำโดย โรบินสัน (Robinson) และคณะ ซึ่งวิเคราะห์ภาพจากกล้องของยานโคจรรอบดวงจันทร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter หรือ LRO) ของนาซา สามารถจับภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการพุ่งชนได้อย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้หลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดที่ยานลำนี้เคยค้นพบตลอดภารกิจมีขนาดเพียง 70 เมตรเท่านั้น การพบหลุมที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่าจึงถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเหตุการณ์ระดับนี้จะเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 139 ปี บนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของดวงจันทร์ ทำให้การค้นพบครั้งนี้เป็นความโชคดีอย่างยิ่งของวงการดาราศาสตร์

ลักษณะของหลุมอุกกาบาตใหม่นี้มีรูปทรงคล้ายกรวยลึกลงไป 43 เมตร ขอบหลุมมีความลาดชันสูงมาก บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเศษหินก้อนยักษ์ที่กระเด็นออกมาจากการกระแทก ซึ่งบางก้อนมีขนาดใหญ่ถึง 13 เมตร ทิศทางการกระจายตัวของเศษหินยังทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสืบหาเส้นทางของวัตถุต้นเหตุได้ โดยพบว่าหินอวกาศก้อนนี้น่าจะพุ่งมาจากทางทิศใต้ค่อนตะวันตกเฉียงใต้ และสาดเศษดินหินกระเด็นไปทางทิศเหนือเป็นรูปทรงคล้ายลิ้น นอกจากนี้ ลึกลงไปในหลุมยังพบร่องรอยของวัสดุสีคล้ำผิดปกติ ซึ่งคาดว่าเป็นหินที่หลอมละลายกลายเป็นแก้วในเสี้ยววินาทีจากความร้อนมหาศาลขณะเกิดการพุ่งชน สิ่งนี้เปรียบเสมือนรอยนิ้วมือที่บันทึกพลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาในเสี้ยววินาทีเอาไว้ได้อย่างชัดเจน

ความสำคัญสูงสุดของการค้นพบนี้คือการได้ภาพถ่ายความละเอียดสูงระดับเมตรทั้งก่อนและหลังเกิดการพุ่งชน ซึ่งเป็นชุดข้อมูลที่หาได้ยากในทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ทดสอบและปรับปรุงแบบจำลองที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาการก่อตัวของหลุมอุกกาบาต ซึ่งไม่เพียงแค่มีประโยชน์ต่อการศึกษาดวงจันทร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงดาวเคราะห์และดวงจันทร์บริวารอื่น ๆ ทั่วทั้งระบบสุริยะ


ข้อมูลอ้างอิง: Universities Space Research Association

  • A New 225M Diameter Crater on the Moon