ความรู้รอบตัว สารานุกรม

เรารู้ได้อย่างไรว่าโลกกลม? ไขข้อข้องใจโดยผู้เชี่ยวชาญจาก NASA

เคยสงสัยไหมว่า ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำและเรามีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกนับพันดวง ทำไมถึงยังมีทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่า “โลกแบน” อยู่? แล้วในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราจะเอาหลักฐานอะไรไปยืนยันได้บ้างว่าโลกของเราเป็นทรงกลมอย่างที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก?

ดร.เจมส์ การ์วิน นักวิทยาศาสตร์ Earth and Planetary จาก NASA ได้มาช่วยไขคำตอบเรื่องนี้อย่างเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง

1. ปัญญาแห่งโลกยุคโบราณ เมื่อ “เงา” และ “ดวงดาว” บอกใบ้รูปทรงของโลก

ย้อนกลับไปในยุคของชาวกรีกและชาวอียิปต์โบราณ พวกเขาไม่ได้มีดาวเทียมหรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แต่พวกเขามีทักษะ “การสังเกต” ขั้นสูง สิ่งที่จุดประกายความคิดเรื่องโลกกลมคือการเฝ้ามองการเคลื่อนที่ของดวงดาวบนท้องฟ้า และการสังเกต “การทอดเงาของดวงอาทิตย์”

พวกเขาพบว่า หากนำเสาไปปักไว้ในสถานที่สองแห่งที่มีละติจูดต่างกัน ในช่วงเวลาและวันเดียวกัน (เช่น ช่วงเที่ยงวันของวันครีษมายัน) เงาของเสาทั้งสองต้นจะมีความยาวและมุมที่ตกกระทบไม่เท่ากัน ปรากฏการณ์นี้ทางเรขาคณิตจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อพื้นผิวโลกมีความโค้งเท่านั้น

2. ยุคแห่งการเดินเรือ เส้นทางที่ไม่มีขอบให้ตก

องค์ความรู้จากยุคโบราณได้ถูกส่งต่อมาและได้รับการพิสูจน์เชิงประจักษ์ในยุคแห่งการสำรวจทางทะเล (Age of Discovery) นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้ด้วยการแล่นเรือรอบโลก (Circumnavigation)

พวกเขาค้นพบว่า หากล่องเรือข้ามมหาสมุทรไปเรื่อย ๆ ในทิศทางเดียวโดยไม่เปลี่ยนเข็มทิศ ในที่สุดพวกเขาจะสามารถวนกลับมายังจุดเริ่มต้นได้ ซึ่งในทางตรรกะแล้ว หากโลกแบนเป็นแผ่นกระดาษ เรือของพวกเขาก็คงจะแล่นตกขอบโลกไปนานแล้ว

3. รุ่งอรุณแห่งยุคอวกาศ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”

แม้จะมีหลักฐานทางคณิตศาสตร์และการเดินเรือมารองรับ แต่สิ่งที่ช่วยยืนยันและลบล้างข้อสงสัยได้อย่างหมดจดที่สุดเกิดขึ้นในยุคอวกาศ (Space Age) ช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 และ 1960 เมื่อมนุษยชาติสามารถส่งยานอวกาศและมนุษย์ขึ้นไปเหนือชั้นบรรยากาศได้สำเร็จ

เมื่อมองกลับลงมา ภาพถ่ายแรก ๆ ของโลกจากอวกาศได้เผยให้เห็น “บ้าน” ของเราที่เป็นวัตถุทรงกลมที่สวยงาม (Sphere) สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันรูปร่างของโลก แต่ยังทำให้เราตระหนักถึงบริบทของตัวเองในระบบสุริยะ (Solar System) ว่าเราอาศัยอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์ดวงโต ดาวอังคาร และดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่ล้วนเป็นทรงกลมเช่นเดียวกัน

4. วิศวกรรมอวกาศและมาตรวิทยาในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน ความรู้ที่ว่าโลกกลมไม่ได้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีในหนังสือเรียน แต่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ผู้เชี่ยวชาญจาก NASA ระบุว่า เราใช้รูปทรงกลมของโลกเป็นฐานในการคำนวณทาง “มาตรวิทยาอวกาศ” (Space Geodesy) เพื่อหาพิกัดตำแหน่งและการนำทางผ่านดาวเทียม (เช่น ระบบ GPS) ทำให้เราสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยไม่หลงทาง

นอกจากนี้ การเข้าใจความโค้งและสัณฐานที่แท้จริงของโลก ยังช่วยให้เราสามารถเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเล และการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ราวกับการ “จับชีพจร” (Taking the pulse) ของดาวเคราะห์ดวงนี้เพื่ออนุรักษ์มันไว้ให้คนรุ่นหลัง

จากเงาของดวงอาทิตย์ในยุคโบราณ สู่ความกล้าหาญของนักเดินเรือ และภาพถ่ายอันน่าทึ่งจากห้วงอวกาศ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันที่สอดคล้องกันว่า “โลกไม่แบน” การทำความเข้าใจรูปทรงของโลกเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้มนุษยชาติก้าวต่อไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เรากำลังเตรียมพร้อมส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) และเตรียมปูทางไปสู่ดาวเคราะห์ดวงอื่น


  • ข้อมูลอ้างอิง: NASA, “How Do We Know the Earth Isn’t Flat?