นาซา (NASA) ร่วมกับบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เตรียมปล่อยภารกิจขนส่งเสบียงเชิงพาณิชย์ครั้งที่ 34 (34th Commercial Resupply Mission) ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยจะใช้ยานอวกาศดรากอน (Dragon spacecraft) ติดตั้งบนจรวดฟัลคอน 9 (Falcon 9) เพื่อนำส่งเสบียงและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักกว่า 6,500 ปอนด์ ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ เมื่อเดินทางถึงวงโคจร ยานดรากอนจะเข้าเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติบริเวณส่วนหน้าของโมดูลฮาร์โมนี (Harmony module) เพื่อเริ่มการขนถ่ายสัมภาระ
นอกเหนือจากเสบียงสำหรับนักบินอวกาศแล้ว ยานดรากอนยังบรรทุกอุปกรณ์สำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจหลายโครงการเพื่อทำวิจัยในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ ตัวอย่างเช่น โครงการโอดิสซีย์ (ODYSSEY) ที่มุ่งเน้นการศึกษาพฤติกรรมของแบคทีเรียเพื่อประเมินประสิทธิภาพของเครื่องจำลองสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนโลก โครงการสตอรี (STORIE) ซึ่งจะคอยติดตามอนุภาคประจุไฟฟ้าในวงโคจรที่ตอบสนองต่อสภาพอวกาศ (Space weather) อันอาจส่งผลกระทบต่อดาวเทียมและระบบโครงข่ายไฟฟ้า โครงการลาปลาส (Laplace) ที่ศึกษาการเคลื่อนที่และการพุ่งชนของอนุภาคฝุ่นเพื่อทำความเข้าใจการก่อกำเนิดของดาวเคราะห์ โครงการกรีนโบน (Green Bone) ซึ่งสังเกตการเจริญเติบโตของเซลล์กระดูกบนโครงไม้เพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุน และโครงการสปาร์ก (SPARK) ที่ประเมินการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เม็ดเลือดแดงและม้ามในอวกาศเพื่อหาแนวทางปกป้องสุขภาพของนักบินอวกาศในภารกิจระยะยาว
กระบวนการเดินทางถึงสถานีอวกาศในครั้งนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ แจ็ก แฮทาเวย์ (Jack Hathaway) นักบินอวกาศจากนาซา และ โซฟี อเดโนต์ (Sophie Adenot) นักบินอวกาศจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) โดยยานดรากอนจะจอดเทียบท่าอยู่เป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือน ก่อนที่จะเดินทางกลับสู่โลกและตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก ในการเดินทางกลับ ยานลำนี้จะนำตัวอย่างการทดลองและอุปกรณ์สำคัญหลายชิ้นกลับคืนสู่พื้นโลก เช่น อุปกรณ์ถ่ายภาพดวงตาเพื่อตรวจสุขภาพของลูกเรือ และตู้เพาะปลูกพืชขั้นสูง (Advanced Plant Habitat) ที่เคยใช้ในการศึกษาระยะยาวซึ่งจะถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป
การขนส่งเสบียงและการทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่องช่วยสนับสนุนให้นักวิจัยจากกว่า 110 ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากสถานีอวกาศนานาชาติได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสุขภาพและเทคโนโลยีเพื่อประชากรบนโลก แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการอาร์ทิมิส (Artemis program) ที่จะส่งมนุษย์กลับไปตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ และปูทางไปสู่การสำรวจดาวอังคาร (Mars) อย่างยั่งยืนในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง: NASA/Joseph Zakrzewski
- NASA’s SpaceX 34th Commercial Resupply Mission Overview