ข่าวอวกาศ

ลุยสร้างฐานทัพดวงจันทร์! NASA เดินหน้าโครงการ Ignition Moon Base ท้าชนจีนก่อนปี 2575

นับเป็นก้าวสำคัญครั้งใหม่ของมนุษยชาติ เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ได้เปิดเผยรายละเอียดล่าสุดของโครงการ Ignition Moon Base ซึ่งเป็นแผนงานยุทธศาสตร์ในการสร้างฐานทัพถาวรบนดวงจันทร์ โดยมุ่งเป้าไปที่บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากมีทรัพยากรน้ำแข็งที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นน้ำดื่มหรือผลิตออกซิเจนสำหรับการดำรงชีพได้ โดยโครงการนี้มีมูลค่ามหาศาลกว่า 730,000 ล้านบาท และตั้งเป้าให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2575 เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การขุดทรัพยากรล้ำค่า และเป็นสถานีพักเพื่อเดินทางต่อไปยังดาวอังคารในอนาคต

หัวใจสำคัญของภารกิจระยะแรกคือการส่งเหล่าหุ่นยนต์สำรวจไปปูทางก่อนมนุษย์จะเดินทางไปถึง NASA ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทเอกชนชั้นนำอย่าง Blue Origin, Intuitive Machines และ Astrobotic เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ลงจอด (Robotic Landers) โดรนกระโดด (Hopping Drones) รวมถึงยานพาหนะที่จะคอยทำหน้าที่ขนส่งอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสำรวจและสร้างแผนที่ภูมิประเทศที่ซับซ้อนบนดวงจันทร์

โดยยานลงจอด Endurance ของ Blue Origin ได้รับการออกแบบให้สามารถลงจอดได้อย่างแม่นยำและควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ ในขณะที่ยาน Griffin-1 ของ Astrobotic มีเป้าหมายจะลงจอดที่หลุมอุกกาบาต Nobile Crater บริเวณขั้วใต้ โดยคาดการณ์ว่าการสำรวจด้วยหุ่นยนต์นี้จะดำเนินไปจนถึงปี พ.ศ. 2572 ด้วยการส่งยานกว่า 25 ครั้ง และขนส่งสัมภาระหนักรวม 4 เมตริกตัน

ความทะเยอทะยานของ NASA ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันทางอวกาศที่ดุเดือด โดยสหรัฐฯ กำลังเร่งเครื่องเพื่อส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์ให้ทันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะครบวาระในปี พ.ศ. 2572 ซึ่งต้องแข่งขันโดยตรงกับประเทศจีนที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยโครงการของตนเอง ทั้งการส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) และแผนการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี พ.ศ. 2573 ทำให้สถานะของ NASA ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในเกมนี้

แม้ว่าความสำเร็จของภารกิจ Artemis II ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถส่งนักบินอวกาศ 4 คนเดินทางรอบดวงจันทร์ได้สำเร็จจะสร้างความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังคงกังขาถึงกรอบเวลาของ NASA ว่าอาจจะท้าทายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงความล่าช้าของยาน Starship Human Landing System ที่พัฒนาโดยบริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นยานหลักที่จะใช้ขนส่งนักบินอวกาศลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ ดร. ไซเมียน บาร์เบอร์ (Dr. Simeon Barber) นักวิทยาศาสตร์ด้านดวงจันทร์จาก Open University ให้ความเห็นว่าการส่งนักบินอวกาศลงจอดถือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด และความกดดันทางการเมืองอาจเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญเบื้องหลังการประกาศแผนงานในครั้งนี้

อนาคตของโครงการ Ignition Moon Base จะต้องผ่านบททดสอบอีกมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเมืองระดับโลก แต่ยังรวมถึงความพร้อมของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง ทั้งการสร้างแหล่งพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์ รวมถึงการสร้างที่อยู่อาศัยกึ่งถาวรสำหรับมนุษย์ การแข่งขันในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเป็นที่หนึ่ง แต่คือการพิสูจน์ศักยภาพว่ามนุษย์จะสามารถปักหลักและอาศัยอยู่นอกโลกได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยโลกต้องจับตาดูก้าวต่อไปของ NASA และพันธมิตรเอกชนว่าพวกเขาจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดทางวิศวกรรมเพื่อไปถึงหมุดหมายในปี พ.ศ. 2575 ได้สำเร็จหรือไม่


ข้อมูลอ้างอิง: BBC News

  • Nasa unveils next steps to build permanent Moon base