ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านดาราศาสตร์วิทยุที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด วงการวิทยาศาสตร์ไทยได้รับข่าวดีระดับนานาชาติ เมื่อ ดร.โคอิชิโร่ ซุกิยามะ (Dr. Koichiro Sugiyama) ผู้จัดการศูนย์วิศวกรรมเทคโนโลยีดาราศาสตร์วิทยุ จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้รับการเชิดชูเกียรติด้วยการคว้ารางวัล Yoshihide Kozai Memorial Award on Achievement in Astronomy พ.ศ. 2568 ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพร้อมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียให้เติบโตอย่างยั่งยืน
พิธีมอบรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น (National Astronomical Observatory of Japan: NAOJ) วิทยาเขตมิตากะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมูลนิธิส่งเสริมดาราศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Astronomy Promotion Foundation of Japan) ได้มอบรางวัลนี้ให้แก่ ดร. โคอิชิโร่ ในสาขาการอุทิศตนเพื่อความก้าวหน้าดาราศาสตร์ระดับสากล โดยเน้นที่ดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. โยชิฮิเดะ โคไซ (Prof. Emeritus Dr. Yoshihide Kozai) อดีตผู้อำนวยการคนแรกของ NAOJ และยังเป็นประธานชาวญี่ปุ่นคนแรกของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union: IAU) โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวดสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 45 ปี ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในด้านงานวิจัย และการบริหารจัดการองค์กรดาราศาสตร์
ปัจจุบัน ดร. โคอิชิโร่ เป็นนักวิจัยด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์ช่วงคลื่นวิทยุ (Radio Astrophysics) ที่มุ่งเน้นการศึกษาการกำเนิดดาวฤกษ์มวลมาก (Massive Star Formation) และเป็นกำลังสำคัญในการควบคุมการก่อสร้างหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติของไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยหอสังเกตการณ์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ (Thai National Radio Telescope: TNRT) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำงานร่วมกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุระดับก้าวหน้าอย่างระบบวีกอส (VGOS) ขนาด 13 เมตร เพื่อเก็บข้อมูลโครงสร้างของวัตถุท้องฟ้าและแผ่นเปลือกโลกได้อย่างแม่นยำ
สิ่งที่ทำให้ผลงานของ ดร. โคอิชิโร่ โดดเด่นจนคว้ารางวัลระดับสากลนี้ คือการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุแทรกสอดระยะไกลภูมิภาคเอเชียตะวันออก (East Asian VLBI Network: EAVN) ปรากฏการณ์แทรกสอดระยะไกลหรือวีแอลบีไอ (Very Long Baseline Interferometry: VLBI) นี้ เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่เชื่อมต่อกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่อยู่ห่างกันหลายพันกิโลเมตรให้ทำงานร่วมกันเสมือนเป็นกล้องตัวเดียวที่มีขนาดใหญ่เท่าทวีป ซึ่งตามข้อมูลของหน่วยงานอวกาศระดับโลกอย่างองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เทคนิคนี้เป็นเทคนิคเดียวกันกับที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกใช้ในการบันทึกภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของหลุมดำมวลยิ่งยวด การที่ไทยก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ จึงเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของชาติให้ทัดเทียมกับมหาอำนาจด้านอวกาศรายอื่นๆ
- ข้อมูลอ้างอิง: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
