เมื่อคนบนโลกแหงนหน้ามองฟ้าเพื่อชมความงามของดวงดาว แต่สำหรับคณะนักบินอวกาศชุดที่ 74 (Expedition 74) บนสถานีอวกาศนานาชาติ พวกเขาต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้ล่าดาวตก” โดยการก้มมองลงมายังเบื้องล่าง ในช่วงเวลาที่โลกเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มฝุ่นและเศษซากขนาดเล็กที่ดิ่งผ่านชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งหลงเหลือจากดาวหางแธตเชอร์ (Comet Thatcher) ที่ทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2404
โซฟี อาเดโนต์ (Sophie Adenot) นักบินอวกาศจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้ตั้งค่ากล้องถ่ายภาพให้บันทึกภาพโดยอัตโนมัติจำนวนหลายพันภาพ ด้วยความหวังที่จะจับภาพดาวตก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีและจับภาพได้ยากยิ่ง ความพยายามของเธอประสบความสำเร็จเมื่อสามารถบันทึกภาพดาวตกได้ถึง 2 ดวง และเมื่อนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาร้อยเรียงต่อกันเป็นวิดีโอไทม์แลปส์ ก็ได้เผยให้เห็นทัศนียภาพของโลกยามค่ำคืนจากวงโคจรที่สวยงามและแปลกตาในแบบที่หาชมได้ยาก
โซฟีได้แบ่งปันประสบการณ์อันน่าประทับใจนี้ว่า ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว สิ่งที่เราเรียกกันว่าดาวตก แท้จริงแล้วคือเศษหินและฝุ่นขนาดเล็กจากอวกาศที่เดินทางผ่านระยะทางไกลมหาศาลในเอกภพ ก่อนจะสลายตัวไปเมื่อพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
นอกจากนี้ในกลุ่มของดาวตกทั้งหมด ดาวตกที่มีความสว่างไสวมากที่สุดจนดูเหมือนกำลังฉีกท้องฟ้าออกจากกันจะถูกเรียกว่า โบไลด์ (Bolide) หรือลูกไฟ โดยสีของลำแสงที่ลากยาวนั้นจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของสะเก็ดดาว (Meteoroid) และระดับความสูงในชั้นบรรยากาศที่เกิดการเสียดสีเผาไหม้ดังกล่าว
สำหรับก้าวต่อไปของผู้ที่ชื่นชอบการดูดาว ปรากฏการณ์ฝนดาวตกครั้งถัดไปที่สามารถมองเห็นได้เด่นชัดทั้งจากบนพื้นโลกและจากวงโคจรอวกาศ คือฝนดาวตกเอตาอควาริดส์ (Eta Aquariids) ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และตามมาด้วยฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids) หรือฝนดาวตกวันแม่ ซึ่งจะมีความถี่สูงสุดในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ไม่ควรพลาด
ข้อมูลอ้างอิง: NASA/ESA – S. Adenot
- A Lyrid meteor from orbit