จีนประสบความสำเร็จในการวางรากฐานระบบประมวลผลบนห้วงอวกาศยุคใหม่ ด้วยการส่งดาวเทียมติดตั้งโมเดลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จำนวน 10 รูปแบบขึ้นสู่วงโคจร พร้อมทดสอบการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างดาวเทียมเพื่อสร้างระบบคอมพิวเตอร์ลอยฟ้าที่มีพละกำลังมหาศาล ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมทำได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องพึ่งพาภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียว
โครงการนี้ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการเจ้อเจียง (Zhejiang Lab) ภายใต้ชื่อกลุ่มดาวเทียมประมวลผล “ซานถี่” (Three-Body Computing Constellation) ซึ่งมีเป้าหมายระยะยาวในการส่งดาวเทียมมากกว่า 1,000 ดวงขึ้นไปทำหน้าที่เป็นสถานีประมวลผลกลางอากาศ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 จีนได้ประเดิมส่งดาวเทียมชุดแรกจำนวน 12 ดวงขึ้นสู่ห้วงอวกาศ และทำการทดสอบระบบอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าเก้าเดือนจนพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถใช้งานได้จริง
ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดคือการติดตั้งระบบ AI ขนาดใหญ่ที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 8,000 ล้านพารามิเตอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน AI ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยทำงานบนวงโคจร โดยแบ่งออกเป็นสองระบบหลักคือ ระบบตรวจจับระยะไกลสำหรับการสำรวจโลก และระบบดาราศาสตร์ภาคเวลาสำหรับการศึกษาวัตถุท้องฟ้า ผลการทดสอบเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 แสดงให้เห็นว่า AI บนดาวเทียมสามารถสำรวจโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนครอบคลุมกว่า 189 ตารางกิโลเมตร โดยมันสามารถระบุตำแหน่งของสนามกีฬาและสะพานได้อย่างแม่นยำแม้จะมีหิมะปกคลุมหนาก็ตาม
ในเชิงดาราศาสตร์ เทคโนโลยีนี้ยังเข้ามาเปลี่ยนโฉมการล่าปรากฏการณ์พุ่งกระจายของรังสีแกมมา (Gamma-ray bursts) โดยใช้เครื่องตรวจวัดโพลาไรเซชันของรังสีเอกซ์จากอวกาศทำงานร่วมกับ AI เพื่อจำแนกประเภทของปรากฏการณ์ได้ในทันทีด้วยความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 99 กระบวนการนี้ช่วยลดปริมาณข้อมูลมหาศาลที่เดิมทีต้องส่งกลับมาประมวลผลที่สถานีรับสัญญาณบนโลก ช่วยประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรระบบสื่อสารได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังประสบความสำเร็จในการทดสอบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างดาวเทียม 6 ดวงในฝูงบิน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต เมื่อโครงการติดตั้งดาวเทียมครบทั้ง 1,000 ดวง ระบบนี้จะมีความสามารถในการประมวลผลรวมกันสูงถึง 100 ล้านล้านล้านครั้งต่อวินาที (100 quintillion operations per second) ทำให้ข้อมูลที่เก็บได้จากอวกาศสามารถประมวลผลเสร็จสิ้นบนนั้นและส่งตรงถึงผู้ใช้งานได้ทันที ลดการล่าช้าของข้อมูลและลดภาระของศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลก
หลี่ เชา นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการเจ้อเจียง ระบุว่าแนวคิดกลุ่มดาวเทียมประมวลผลนี้คืออนาคตของการสำรวจอวกาศและการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจะนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในด้านใหม่ๆ เช่น การสำรวจห้วงอวกาศลึก การจัดการเมืองอัจฉริยะ และการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในระดับมหภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เคยเป็นมา
ข้อมูลอ้างอิง: CGTN
- Space-based computing moves into focus as costs continue to fall