เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 มีการเปิดเผยการค้นพบครั้งสำคัญในแวดวงดาราศาสตร์ เมื่อทีมนักวิจัยสามารถเจาะทะลุกลุ่มเมฆฝุ่นหนาทึบในเนบิวลานายพรานเพื่อวัดมวลของดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยการใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุความละเอียดสูง ข้อมูลใหม่นี้ไม่เพียงช่วยไขความลับเกี่ยวกับขนาดของดาวฤกษ์เกิดใหม่ แต่ยังอาจทำให้เราต้องกลับมาทบทวนทฤษฎีการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันใหม่อีกครั้ง
เนบิวลานายพรานตั้งอยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 1,300 ปีแสง ถือเป็นแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกที่สุด และเป็นเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ให้นักดาราศาสตร์ได้ศึกษาการก่อตัวของดาวฤกษ์ อย่างไรก็ตาม ดาวฤกษ์ที่เพิ่งเกิดใหม่จำนวนมากมักถูกห่อหุ้มด้วยกลุ่มก๊าซและฝุ่นควันหนาทึบ ทำให้กล้องโทรทรรศน์แบบแสงทั่วไปมองไม่ทะลุเข้าไปได้
เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย ดร. เซร์คิโอ อับราฮัม ซิบ กิฆาโน จากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อดาราศาสตร์วิทยุ ได้เลือกใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุแทรกสอดระยะไกล (Very Long Baseline Array หรือ VLBA) ในการส่องดูระบบดาวคู่ที่เพิ่งเกิดใหม่สองระบบ ได้แก่ ระบบดาว Brun 656 และ HD 294300 เครือข่ายกล้องนี้อาศัยการตรวจจับคลื่นวิทยุที่ความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ฝุ่นอวกาศมีความโปร่งใส ทำให้คลื่นวิทยุสามารถเดินทางทะลุม่านฝุ่นออกมาได้สำเร็จ
ดร. กิฆาโน อธิบายว่า มวลคือคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของดาวฤกษ์ แต่การวัดมวลของดาวที่ยังซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มฝุ่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก การใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีความละเอียดสูงทำให้ทีมงานสามารถสังเกตการโคจรของดาวฤกษ์คู่ที่อยู่ใกล้ชิดกันได้อย่างชัดเจน การติดตามดูจังหวะที่ดาวทั้งสองโคจรรอบกันและกันทำให้นักดาราศาสตร์สามารถนำหลักการวัดตำแหน่งดาว (Astrometry) มาคำนวณมวลของดาวแต่ละดวงออกมาได้อย่างแม่นยำ
นอกเหนือจากระบบดาวคู่แล้ว ทีมวิจัยยังได้ศึกษาระบบดาว 4 ดวงที่ชื่อว่า V* NU Orionis และพบว่าหนึ่งในดาวสมาชิกมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 7 เท่า พร้อมกับตรวจพบร่องรอยของสนามแม่เหล็กที่รุนแรง ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่หาได้ยากในดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่มีมวลมากเช่นนี้
ดร. ยัสมิน ออร์โดเญซ-โตโร ผู้ร่วมนำการวิจัยจากหอดูดาวแห่งมหาวิทยาลัยนาริญโญ เน้นย้ำว่า ข้อมูลมวลที่แม่นยำเหล่านี้ได้เปลี่ยนเนบิวลานายพรานให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการชั้นยอดสำหรับการทดสอบทฤษฎีการวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ เมื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับแบบจำลองการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่มีอยู่ พบว่าดาวบางคู่มีลักษณะตรงตามทฤษฎี แต่บางคู่กลับไม่ตรงเลยแม้แต่น้อย การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าวงการวิทยาศาสตร์อาจต้องมีการปรับปรุงแบบจำลองการเกิดดาวฤกษ์ให้สะท้อนความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้
ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today
- Radio Telescope Array Reveals the Masses of Hidden Young Stars