ข่าวอวกาศ

ประธานสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ยกย่อง NARIT ต้นแบบการพัฒนาในระดับโลก

ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ไทย เมื่อสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) องค์กรดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก นำโดยศาสตราจารย์ วิลลี เบนซ์ ประธานสหพันธ์ฯ และศาสตราจารย์ ไดอานา วอร์รอลล์ เลขาธิการสหพันธ์ฯ เพื่อเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT พร้อมหารือทิศทางการขับเคลื่อนดาราศาสตร์ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับโลก ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา

สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือ IAU เป็นหน่วยงานหลักเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของนักดาราศาสตร์อาชีพทั่วโลก มีหน้าที่สำคัญในการกำหนดมาตรฐานทางดาราศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการรับรองชื่อวัตถุท้องฟ้า เช่น ชื่อดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ “แก้วโกสินทร์” และ “ไพลินสยาม” ที่ประเทศไทยเป็นผู้เสนอ หรือการตัดสินนิยามสำคัญอย่างการจัดประเภทให้ดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์แคระ นอกจากนี้ IAU ยังมีเครือข่ายที่มุ่งเน้นการใช้ดาราศาสตร์เพื่อการพัฒนา การศึกษา และการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ

ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ IAU มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีนักดาราศาสตร์ไทยเป็นสมาชิกกว่า 50 ท่าน และ NARIT ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ตั้งของศูนย์ประสานงานดาราศาสตร์เพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAROAD) รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมดาราศาสตร์นานาชาติภายใต้ยูเนสโก (ITCA) ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางการเรียนรู้ดาราศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน

ในการมาเยือนครั้งนี้ คณะผู้บริหารจาก IAU ได้เข้าชมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานระดับมาตรฐานโลกของไทย ได้แก่ กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ณ อำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค และกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติขนาด 2.4 เมตร บนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากความก้าวหน้าทางเครื่องมือแล้ว ประธาน IAU ยังได้ร่วมสังเกตการณ์โครงการ “แม้มองไม่เห็นแสงจันทร์ แต่สัมผัสได้ถึงดวงดาว” ซึ่งเป็นกิจกรรมดาราศาสตร์สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างความเท่าเทียมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

ความสำเร็จของประเทศไทยในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การก่อตั้ง NARIT ในปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบันที่มีทั้งเครือข่ายหอดูดาวทางไกลใน 4 ทวีป และโครงการส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ไปดวงจันทร์ร่วมกับยานฉางเอ๋อของจีน ทำให้ไทยกลายเป็นโมเดลตัวอย่างที่น่าชื่นชมในการใช้ดาราศาสตร์เป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนากำลังคน และการสร้างความตระหนักรู้ทางวิทยาศาสตร์แก่ภาคประชาชนอย่างเข้มแข็ง

บทสรุปของการเยือนในครั้งนี้คือการหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่าง NARIT และ IAU ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยประธาน IAU เล็งเห็นว่ารูปแบบการพัฒนาดาราศาสตร์ของไทยสามารถนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ทั่วโลกได้ ซึ่ง NARIT พร้อมจะนำประสบการณ์และความร่วมมือระดับสากลนี้มาใช้เป็นรากฐานในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีดาราศาสตร์โลก ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียมฝีมือคนไทยในอนาคตอันใกล้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่สังคมและวงการวิทยาศาสตร์ไทยอย่างยั่งยืน


  • ข้อมูลอ้างอิง: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)