ข่าวอวกาศ

เปิดภาพมหัศจรรย์ “ขั้วน้ำแข็งเหนือดาวอังคาร” เผยความลับร่องลึกปริศนาและหุบเขาขนาดยักษ์

พาสำรวจความงดงามที่ซ่อนเร้นของดาวเคราะห์แดง ด้วยภาพถ่ายจากวงโคจรที่เผยให้เห็นขั้วน้ำแข็งเหนือของดาวอังคาร ภาพนี้นอกจากจะแสดงอาณาเขตกว้างใหญ่ของพืดน้ำแข็งแล้ว ยังเผยให้เห็นร่องลึกรูปเกลียวสีเข้มและหุบเขาขนาดมหึมาที่ตัดผ่าน โดยข้อมูลเรดาร์ที่เจาะลึกลงไปใต้พื้นผิวได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาการก่อตัวของภูมิประเทศสุดอลังการนี้ได้สำเร็จ

ภาพมุมสูงจากวงโคจรของดาวอังคารนี้เกิดจากการนำข้อมูลของเครื่องมือสองชนิดบนยานอวกาศมาร์สโกลบอลเซอร์เวเยอร์ (Mars Global Surveyor) มาประมวลผลร่วมกัน บริเวณสีขาวกึ่งวงกลมตรงกลางภาพคือพืดน้ำแข็งขั้วดาว (Polar ice cap) ซึ่งมีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำแข็งและมีความกว้างถึงประมาณ 1,000 กิโลเมตร

เมื่อสังเกตรายละเอียดจะพบว่าพื้นที่สีขาวนี้ถูกสลับด้วยร่องริ้วสีเข้มบิดตัวเป็นเกลียว ซึ่งแท้จริงแล้วคือร่องลึกที่ถูกบดบังด้วยเงามืด ทำให้ไม่สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดีเท่าพื้นที่อื่น การเกิดร่องลึกดังกล่าวยังเปิดให้เห็นโครงสร้างชั้นน้ำแข็งและฝุ่นที่เรียงซ้อนกันอยู่ภายใน นอกจากนี้ ทางด้านขวาของภาพยังปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่เกือบผ่าครึ่งพืดน้ำแข็ง รอยแยกนี้มีชื่อว่า แชสมา โบรีอาลี (Chasma Boreale) เป็นหุบเขาผาชันที่มีความยาวเทียบเท่ากับแกรนด์แคนยอนในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีความลึกสูงสุดถึง 2 กิโลเมตร

การทำความเข้าใจภูมิประเทศที่ซับซ้อนเหล่านี้อาศัยข้อมูลจากเครื่องมือเรดาร์สำรวจระดับตื้นบนยานอวกาศมาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ (Mars Reconnaissance Orbiter) คลื่นเรดาร์ที่ทะลุทะลวงพื้นผิวได้ช่วยให้ทีมวิจัยมองเห็นโครงสร้างทางธรณีวิทยาชั้นใต้ดิน และสามารถจำลองกระบวนการเกิดหุบเขาขนาดใหญ่รวมถึงร่องรูปเกลียวเหล่านี้ได้

ความสำเร็จในการสร้างภาพภูมิประเทศที่สมบูรณ์แบบนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของเครื่องวัดความสูงด้วยเลเซอร์และกล้องถ่ายภาพบนยานมาร์สโกลบัลเซอร์เวเยอร์ ยานอวกาศลำนี้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี พ.ศ. 2539 และปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารยาวนานกว่าเป้าหมายเดิมถึง 4 เท่า ก่อนจะยุติการทำงานในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 แม้ยานจะสิ้นสุดภารกิจไปแล้ว แต่ข้อมูลอันล้ำค่าที่รวบรวมไว้ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประกอบภาพจิ๊กซอว์ทางธรณีวิทยาของดาวอังคาร และต่อยอดไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางธรรมชาติของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านดวงนี้


ข้อมูลอ้างอิง: NASA Science

  • Northern Ice Cap of Mars