การแข่งขันด้านอวกาศระหว่างมหาเศรษฐีชาวอเมริกันกำลังทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่ออีลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่ง SpaceX ประกาศปรับเปลี่ยนเป้าหมายหลักจากการบุกเบิกดาวอังคารมาเป็นการสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ เพื่อแข่งกับ เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) จาก Blue Origin โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมนุษย์กลับไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ให้สำเร็จก่อนที่ประเทศจีนจะทำได้ในปี พ.ศ. 2573
ภายใต้แผนการใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ อีลอน มัสก์ มีวิสัยทัศน์ที่จะสร้าง “มูนเบส อัลฟา” (Moonbase Alpha) ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการถาวรบนดวงจันทร์ โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายเพียงแค่การสำรวจเท่านั้น แต่เขายังวางแผนติดตั้งอุปกรณ์ปล่อยดาวเทียมบนพื้นผิวดวงจันทร์เพื่อสร้างเครือข่ายประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอวกาศ ซึ่งอาจประกอบด้วยดาวเทียมจำนวนมหาศาลถึงหนึ่งล้านดวง แผนการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากเดิมที่เขามุ่งเน้นไปที่การสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้เขามักจะมองว่าดวงจันทร์เป็นเพียง “ทางผ่าน” หรือสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิจากเป้าหมายดาวอังคารเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เจฟฟ์ เบโซส ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ บริษัท Blue Origin ได้ประกาศระงับโครงการท่องเที่ยวอวกาศระยะสั้นชั่วคราว เพื่อระดมทรัพยากรและงบประมาณทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับโครงการยานลงจอดดวงจันทร์ “บลูมูน” (Blue Moon) โดยมีกำหนดการส่งยานไร้คนขับไปลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ภายในปี พ.ศ. 2569 นี้ เพื่อเป็นการปูทางก่อนที่จะส่งนักบินอวกาศตามไปในอนาคต
บทบาทของ NASA และการแข่งขันกับมหาอำนาจจีน
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA คือตัวแปรสำคัญในศึกครั้งนี้ โดยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวนมหาศาลแก่ทั้งสองบริษัทภายใต้โครงการ อาร์ทีมิส (Artemis) ซึ่งมีเป้าหมายในการนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งนับตั้งแต่โครงการอะพอลโลสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2515 ทาง NASA มองว่าการขับเคี่ยวกันระหว่าง SpaceX และ Blue Origin จะเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ช่วยเร่งการพัฒนายานลงจอดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความได้เปรียบเหนือกองทัพอวกาศของจีนที่มีเป้าหมายจะส่งนักบินอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ในปี พ.ศ. 2573 เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ความสำเร็จยังคงมีความท้าทายทางเทคนิคอีกมาก โดยเฉพาะยานสตาร์ชิป (Starship) ของ SpaceX ที่แม้จะมีการทดสอบอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องผ่านขั้นตอนสำคัญอีกหลายประการ เช่น การทดสอบเติมเชื้อเพลิงกลางอวกาศ และการลงจอดบนสภาพภูมิประเทศที่ขรุขระของดวงจันทร์ให้ได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะได้รับอนุญาตให้นำนักบินอวกาศเดินทางไปด้วยในภารกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2571
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอวกาศและเศรษฐกิจโลก
การหันมาให้ความสำคัญกับดวงจันทร์ของมหาเศรษฐีทั้งสองส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอวกาศในภาพรวม นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหุ่นยนต์สำรวจ (Rover) หรือระบบสื่อสารในอวกาศ นอกจากนี้ SpaceX ยังมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ภายในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งคาดว่าอาจจะทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การแข่งขันด้านอวกาศยุคใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างบุคคล แต่คือการวางรากฐานทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จะขยายขอบเขตจากโลกไปสู่ดวงจันทร์ และใช้เป็นบันไดขั้นสำคัญในการเดินทางสู่ดาวอังคารและอวกาศห้วงลึกในอนาคตต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง: Reuters
- Musk fires up SpaceX, Bezos pushes Blue Origin as US billionaires race China to moon