ข่าวอวกาศ

เตรียมรับมือพายุแม่เหล็กโลก! ลุ้นเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ หลังดวงอาทิตย์ปะทุรุนแรงต่อเนื่อง

ศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศรายงานว่า ดวงอาทิตย์ของเรากำลังอยู่ในช่วงที่มีความตื่นตัวอย่างมาก โดยได้ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือหรือออโรร่า (Aurora) ที่สว่างไสวและมองเห็นได้ในหลายพื้นที่บนโลกในช่วงสุดสัปดาห์นี้

เหตุการณ์สุดระทึกนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 หลังจากที่ดวงอาทิตย์ได้ปล่อยพลังงานในรูปแบบของแสงวาบสุริยะ (Solar Flare) ในระดับ X1.1 ซึ่งถือเป็นการปะทุในระดับที่รุนแรงที่สุด ตามมาด้วยการปะทุระดับ M-class อีกถึง 10 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง การระเบิดเหล่านี้หลายครั้งเกิดขึ้นพร้อมกับการพ่นมวลโคโรนา หรือซีเอ็มอี (Coronal Mass Ejections – CMEs) ซึ่งเป็นการพ่นกลุ่มพลาสมาและสนามแม่เหล็กขนาดใหญ่ออกสู่อวกาศ และมีทิศทางบางส่วนพุ่งตรงมายังโลกของเรา

ดร. ทามิทา สคอฟ (Tamitha Skov) นักฟิสิกส์สุริยะ ได้เปรียบเปรยพฤติกรรมของดวงอาทิตย์ในช่วงนี้ว่าเป็นเหมือน “ดวงอาทิตย์ปืนกล” (Machine-gun sun) โดยระบุว่ามีพายุสุริยะมากกว่า 5 ลูกกำลังเดินทางมายังโลก และอย่างน้อยสามลูกมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงเหนือที่สวยงาม การปะทุที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนี้ทำให้ยากต่อการสร้างแบบจำลองพยากรณ์ ทั้งนี้คาดว่าพายุลูกแรกอาจเดินทางมาถึงโลกในช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งอาจก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Storm) ในระดับ G2 (ระดับปานกลาง) หรือสูงกว่านั้น

ทางด้านศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ โนอา (NOAA) กำลังเร่งวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด โดยรายงานว่าอย่างน้อยหนึ่งในกลุ่มคลื่นพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม มีทิศทางพุ่งตรงมายังโลก ทางหน่วยงานยังคงพยากรณ์ว่าอาจเกิดพายุแม่เหล็กโลกในระดับ G2 ซึ่งเป็นผลพวงหลักมาจากการปะทุระดับ X เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน และอาจมีพายุแม่เหล็กโลกในระดับ G1 (ระดับอ่อน) ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในช่วงวันที่ 3 กรกฎาคม ปรากฏการณ์นี้อาจดันให้แนวการเกิดแสงเหนือขยับลงมาทางทิศใต้มากกว่าปกติ ทำให้ผู้คนในพื้นที่ตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา เช่น รัฐนิวยอร์กและไอดาโฮ มีโอกาสมองเห็นแสงเหนือได้หากท้องฟ้ามืดและเปิดโล่ง

ความยิ่งใหญ่ของปรากฏการณ์ออโรร่าในครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มมวลพลาสมา CMEs แต่ละระลอกจะทำปฏิกิริยากันอย่างไรเมื่อเดินทางมาถึง รวมถึงทิศทางของสนามแม่เหล็กที่ต้องเหมาะสมพอดีในการถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก แม้ว่าในช่วงนี้พื้นที่ซีกโลกเหนือจะมีช่วงเวลากลางคืนที่สั้นและมีแสงสนธยาที่อาจรบกวนการสังเกตการณ์ แต่สำหรับนักดาราศาสตร์และช่างภาพ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ไม่ควรพลาดในการเตรียมกล้องและอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อบันทึกภาพท้องฟ้าในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้


ข้อมูลอ้างอิง: NASA/SDO

  • Sun Releases Strong Flare