ข่าวอวกาศ

ยานคิวริออซิตีพบลวดลายรังผึ้งประหลาดนับพันบนดาวอังคาร พร้อมมุ่งหน้าสำรวจหลุมอุกกาบาตปริศนา “อันโตฟากัสตา”

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซาเปิดเผยว่า หุ่นยนต์สำรวจดาวอังคารคิวริออซิตี (Curiosity) ได้ค้นพบพื้นผิวหินที่มีลวดลายคล้ายรังผึ้งจำนวนหลายพันรูปทรงระหว่างการสำรวจในช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 โดยขณะนี้ยานกำลังมุ่งหน้าไปยังหลุมอุกกาบาตขนาดเล็กที่เพิ่งได้รับการตั้งชื่อว่า “อันโตฟากัสตา” (Antofagasta) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าหลุมอุกกาบาตแห่งนี้จะทำหน้าที่เสมือน “สว่านจากธรรมชาติ” ที่ช่วยเปิดหน้าดินให้เห็นเบาะแสของสารอินทรีย์ทางเคมีที่ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวดาวอังคาร

ในช่วงกลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 หุ่นยนต์สำรวจดาวอังคารคิวริออซิตีได้เดินทางข้ามสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนด้วยระบบนำทางอัตโนมัติ ซึ่งยานสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินรถได้ด้วยตัวเอง ระหว่างเส้นทางดังกล่าว กล้องนำทางของยานได้ถ่ายภาพพื้นผิวหินที่มีลักษณะแตกระแหงเป็นรูปหลายเหลี่ยมคล้ายรังผึ้งทอดยาวออกไปเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งถือเป็นการค้นพบร่องรอยในลักษณะนี้ที่มีจำนวนมากมายและชัดเจนมากที่สุดครั้งหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน ทีมควบคุมภารกิจบนโลกได้กำหนดเป้าหมายใหม่เป็นหลุมอุกกาบาตขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร โดยตั้งชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “อันโตฟากัสตา” ตามชื่อภูมิภาคและเมืองในประเทศชิลีที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลทรายอาตากามา หลุมอุกกาบาตแห่งนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่งในทางธรณีวิทยา เนื่องจากภาพถ่ายจากวงโคจรบ่งชี้ว่ามันอาจเป็นหลุมอุกกาบาตที่เพิ่งเกิดการปะทะได้ไม่นาน คือมีอายุไม่ถึง 50 ล้านปี ซึ่งถือว่าอายุน้อยมากเมื่อเทียบกับมาตราส่วนเวลาทางธรณีวิทยาของดาวอังคาร

หลุมอุกกาบาตนั้นเปรียบเสมือนสว่านที่ธรรมชาติสร้างขึ้น แรงจากการพุ่งชนของอุกกาบาตได้ขุดเอาวัสดุที่เคยฝังอยู่ใต้ดินลึกขึ้นมาไว้บนผิวหน้า บริเวณขอบหลุมและเศษหินที่สาดกระเด็นออกมาจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษา โดยปกติแล้วสภาพแวดล้อมบนพื้นผิวดาวอังคารเต็มไปด้วยรังสีที่รุนแรงซึ่งสามารถทำลายโมเลกุลอินทรีย์ได้ แต่เนื่องจากหลุมแห่งนี้มีอายุน้อย วัสดุที่ถูกขุดขึ้นมาจึงอาจเพิ่งสัมผัสกับรังสีอันตรายเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะยังคงรักษาสภาพของสารประกอบทางเคมีเอาไว้ได้

แม้ว่าที่ผ่านมายานคิวริออซิตีจะเคยค้นพบโมเลกุลอินทรีย์ที่ทนทานและอยู่รอดมาได้ยาวนานหลายพันล้านปี แต่ลึกลงไปใต้พื้นผิวของหลุมอันโตฟากัสตาอาจมีขุมทรัพย์ทางเคมีที่ซับซ้อนยิ่งกว่าซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม การจะไขความลับนี้ได้นั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความลึกของหลุมที่ต้องมากพอที่จะพาหินชั้นลึกลงไปขึ้นมา ความสดใหม่ของหลุมตามที่คาดการณ์ไว้ และที่สำคัญที่สุดคือทีมงานต้องค้นพบหินที่มีคุณสมบัติทางกายภาพเหมาะสมเพียงพอที่จะใช้เครื่องมือเจาะบนตัวยานคิวริออซิตีเจาะลงไปได้

การเดินทางเข้าใกล้หลุมอุกกาบาตอันโตฟากัสตาเพื่อตรวจสอบและเก็บข้อมูลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ทีมงานของนาซาสามารถตัดสินใจได้ว่า พื้นที่แห่งนี้เหมาะสมแก่การเจาะสำรวจหรือไม่ หากทุกเงื่อนไขลงตัว การสำรวจบริเวณนี้อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเปิดเผยความซับซ้อนของโครงสร้างทางเคมีที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ดินของดาวอังคารมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสภาพแวดล้อมโบราณของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


ข้อมูลอ้างอิง: Mars Science Laboratory Mission Team Members

  • Curiosity Blog, Sols 4859-4866: One Small Crater and Thousands of Polygons