แวดวงคนอวกาศ

จากความฝันวัยเยาว์สู่ผู้ดูแลขุมพลังขับเคลื่อน เปิดใจ เดฟ เรย์โนลด์ส ผู้อยู่เบื้องหลังบูสเตอร์ยักษ์ในภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis 2)

ความมุ่งมั่นในการส่งมนุษย์กลับไปพิชิตดวงจันทร์อีกครั้งในโครงการอาร์เทมิสของนาซา ไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ยังหล่อเลี้ยงด้วยแรงบันดาลใจจากความทรงจำในวัยเด็กของเหล่าวิศวกรผู้อยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับ เดฟ เรย์โนลด์ส (Dave Reynolds) ผู้จัดการส่วนบูสเตอร์ของระบบขนส่งอวกาศหรือ SLS (Space Launch System) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลการออกแบบ การพัฒนา และการปล่อยจรวดขับเคลื่อนที่จะส่งยานโอไรออนพร้อมนักบินอวกาศออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศลึก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากภาพโปสเตอร์กระสวยอวกาศในห้องนอนที่กลายมาเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตการทำงานของเขาที่ศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลในปัจจุบัน

เดฟ เรย์โนลด์ส เติบโตขึ้นในเมืองรอย รัฐยูทาห์ ภาพจำที่แจ่มชัดที่สุดในวัยเด็กของเขาคือการยืนมองกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากการทดสอบจรวดบูสเตอร์ที่ฐานทดสอบพรอมอนทอรี (Promontory) ของบริษัทนอร์ทธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman) เสียงคำรามและร่องรอยบนท้องฟ้าเหล่านั้นคือฉากหลังที่จุดประกายความหลงใหลในการสำรวจอวกาศให้กับเขาตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ จนนำไปสู่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานที่ส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเหล่านักบินอวกาศเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

เส้นทางอาชีพของเขาที่นาซาเริ่มจากการทำงานกับเครื่องยนต์ เจ-ทูเอ็กซ์ (J-2X) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวอุณหภูมิต่ำยิ่งยวด ก่อนจะข้ามสายงานมาดูแลส่วนมอเตอร์จรวดเชื้อเพลิงแข็งในปี พ.ศ. 2555 ในตำแหน่งผู้จัดการส่วนระบบย่อย เขาใช้เวลาหลายปีในการบริหารจัดการและทดสอบโครงสร้างมอเตอร์ ซีลกันรั่ว ตัวจุดระเบิด และมอเตอร์สำหรับแยกส่วนจรวด จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการสำนักงานเอสแอลเอส โดยดูแลทั้งการผลิตบูสเตอร์เชื้อเพลิงแข็งและร่วมพัฒนาบูสเตอร์รุ่นก้าวหน้าที่ทำจากวัสดุคอมโพสิตซึ่งจะนำมาใช้ในภารกิจอาร์เทมิสในอนาคต

หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิตการทำงานของเขาคือการได้เห็นจรวดเอสแอลเอสทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในภารกิจอาร์เทมิส 1 เมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งแสงสว่างจากการปล่อยจรวดได้ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้ายามเช้า และล่าสุดเขายังได้เห็นบูสเตอร์รุ่นใหม่ที่เขามีส่วนร่วมพัฒนาได้ทำการทดสอบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ณ สถานที่ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดของเขาในยูทาห์เพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้น ภาพที่เขาเคยเห็นในฐานะเด็กชายตัวเล็ก ๆ ได้กลายมาเป็นภาพจริงที่เขาเป็นผู้ร่วมสร้างขึ้นมากับมือ

ในขณะที่การปล่อยตัวภารกิจอาร์เทมิส 2 ซึ่งจะเป็นการส่งนักบินอวกาศ 4 คน เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์กำลังใกล้เข้ามา เรย์โนลด์สยอมรับว่าเขารู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างจากเด็กชายวัย 8 ขวบคนเดิมที่เคยเฝ้ามองกลุ่มควันจากระยะไกล ความสงสัยใคร่รู้ในวัยเด็กได้แปรเปลี่ยนเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ และในวันนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เฝ้าหาคำตอบเกี่ยวกับความลับของจักรวาลอีกต่อไป แต่เขาคือหนึ่งในผู้ที่กำลังร่วมเขียนคำตอบเหล่านั้นให้กับมวลมนุษยชาติ

โดยสรุปแล้ว เรื่องราวของ เดฟ เรย์โนลด์ส ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการโครงการจรวดขับเคลื่อนขนาดใหญ่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของแรงบันดาลใจที่สามารถขับเคลื่อนคนคนหนึ่งให้กลายเป็นส่วนสำคัญของก้าวกระโดดทางประวัติศาสตร์ในวงการอวกาศไทยและสากล ความสำเร็จของภารกิจอาร์เทมิส 2 ในอนาคตอันใกล้นี้ จึงถือเป็นชัยชนะของทั้งนวัตกรรมและความฝันที่ได้รับการสานต่อมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ


ข้อมูลอ้างอิง: NASA

  • I Am Artemis: Dave Reynolds