ข่าวอวกาศ

สิ้นสุดภารกิจการทดลองในอวกาศ! ชุดการทดลอง TIGERS-X ของนักวิจัยไทยกลับถึงโลกแล้ว

เมื่อเวลา 19:11 น. ตามเวลาประเทศไทย (12:11 UTC) ของวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ยานขนส่งอวกาศดรากอน (Dragon) ในภารกิจ CRS-34 ได้เดินทางกลับจากอวกาศและลงจอดแตะผิวมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย และได้รับการเก็บกู้โดยเรือ MV Shannon ของบริษัท SpaceX เป็นที่เรียบร้อย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจอวกาศของ TIGERS-X ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดการทดลองที่เดินทางกลับมาพร้อมกับเที่ยวบินนี้ โดยเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับมายังประเทศไทยภายในปลายปีนี้

ยานขนส่งอวกาศดรากอนในภารกิจ CRS-34 ได้เดินทางออกจากโลกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และเข้าเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ TIGERS-X เป็นหนึ่งในชุดการทดลองที่เดินทางไปพร้อมกับเที่ยวบินดังกล่าว และได้ถูกนำไปติดตั้งเพื่อทำการทดลองภายในโมดูลโคลัมบัส (Columbus) ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม ถึง 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 รวมระยะเวลา 10 วัน ผลปรากฏว่าชุดการทดลอง TIGERS-X สามารถดำเนินการตามที่ออกแบบไว้ได้สำเร็จลุล่วงเหนือความคาดหมาย หลังจากนั้น ชุดการทดลองที่เสร็จสมบูรณ์แล้วได้เดินทางกลับสู่โลกพร้อมกับยานอวกาศดรากอน ซึ่งได้แยกตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อเวลา 23:25 น. ของวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 สิริรวมเวลาที่ชุดการทดลอง TIGERS-X อยู่ในอวกาศทั้งสิ้น 32 วัน 2 ชั่วโมง และอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นระยะเวลา 30 วัน 5 ชั่วโมง 48 นาที

สำหรับภารกิจ TIGERS-X คือชุดการทดลองที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมของไหลและการผสมอิมัลชันภายใต้สภาวะไร้น้ำหนัก (Microgravity) โดยใช้กระบวนการ Static Mixing บนห้องปฏิบัติการขนาดเล็กเท่าชิป (Lab-on-a-Chip) การทดลองดังกล่าวได้รับการควบคุมจากสถานีภาคพื้นดินในกรุงเทพมหานคร ทำให้คณะนักวิจัยสามารถติดตามและดำเนินการทดลองได้โดยตรง ข้อมูลที่ได้จะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ของไหล ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ อุตสาหกรรมบนโลก ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการดำรงชีวิตสำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาวในอนาคต

ความสำเร็จของโครงการ TIGERS-X ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการอวกาศไทย ที่ชุดการทดลองซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย สามารถขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนอวกาศได้สำเร็จและเดินทางกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย พร้อมนำชุดข้อมูลและผลลัพธ์อันล้ำค่ากลับมาสร้างประโยชน์อย่างมหาศาล

หลังจากที่ชุดอุปกรณ์และผลการทดลองของ TIGERS-X เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมตามกำหนดการ ทีมวิจัยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลที่บันทึกไว้ และศึกษาผลลัพธ์ทางกายภาพที่เกิดขึ้นกับสารละลายอิมัลชันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาทำการศึกษาต่อยอดได้อีกมากมาย พร้อมทั้งเป็นฐานสำหรับการศึกษาในอนาคตต่อไป

นอกจากความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงแล้ว โครงการ TIGERS-X ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของวิศวกรและนักวิจัยชาวไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีและฮาร์ดแวร์อวกาศ (Space Hardware) ที่สามารถผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและวิศวกรรมระดับสูงของหน่วยงานอวกาศระดับโลกได้สำเร็จ ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำวิจัย แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ และยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมอวกาศ (Space Economy) อย่างเป็นรูปธรรม

ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จของภารกิจนี้ยังถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่าอวกาศไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวหรือเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ภาพถ่ายของชุดการทดลอง TIGERS-X ภายหลังจากการทดลองเสร็จสิ้น โดยภาพนี้ได้แสดงด้านล่างของชุดการทดลองที่มีรายชื่อคณะนักวิจัยในโครงการอยู่ Credit: ESA/NASA – S. Adenot
โครงการนี้ดำเนินการโดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) องค์การอวกาศยุโรป European Space Agency (ESA) และ บริษัทสเปซแพลิเคชันเซอร์วิส (Space Application Services) ซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)


  • ข้อมูล: คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ / Jirasin Aswakool