องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) เปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญในการไขปริศนาแห่งเอกภพ เมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ สามารถตรวจจับร่องรอยของ “สสารมืด” (Dark Matter) ซึ่งเป็นสสารปริศนาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับมีอิทธิพลมหาศาลต่อโครงสร้างของจักรวาล โดยข้อมูลล่าสุดได้เผยให้เห็นแผนที่ของสสารมืดที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางกาแล็กซีจำนวนมหาศาลเกือบ 800,000 แห่ง
แม้ว่าสสารมืดจะเป็นองค์ประกอบหลักของจักรวาลที่มีปริมาณมากกว่าสสารปกติที่เรามองเห็นหลายเท่าตัว แต่การตรวจหากลับเป็นเรื่องยากยิ่งเนื่องจากมันไม่สะท้อนแสง ไม่ดูดกลืนแสง และไม่เปล่งรังสีใด ๆ ออกมาเลย นักวิทยาศาสตร์จึงเปรียบมันเหมือนกับ “โครงกระดูกล่องหน” ของเอกภพ อย่างไรก็ตาม แม้เราจะมองไม่เห็นตัวมันโดยตรง แต่สสารมืดก็มีแรงโน้มถ่วงที่ส่งผลต่อเทหวัตถุรอบข้าง นักดาราศาสตร์จึงอาศัยปรากฏการณ์นี้ในการตามรอยอิทธิพลของมัน โดยการสังเกตแรงดึงดูดที่สสารมืดกระทำต่อกาแล็กซีและดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียง

จากการวิเคราะห์ข้อมูลความละเอียดสูงของกล้องเจมส์ เว็บบ์ ทีมนักวิจัยได้จัดทำแผนที่จำลองโดยใช้สีน้ำเงินแทนตำแหน่งของสสารมืดที่กระจายตัวอยู่ทั่วไปในอวกาศ ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าสสารมืดทำหน้าที่เสมือนเป็นตาข่ายหรือใยแมงมุมขนาดมหึมาที่ยึดโยงกาแล็กซีต่าง ๆ เอาไว้ด้วยกัน หากไม่มีแรงโน้มถ่วงจากสสารมืดเหล่านี้ กาแล็กซีที่หมุนวนด้วยความเร็วสูงอาจกระจัดกระจายออกไปและไม่สามารถรวมตัวกันเป็นกระจุกกาแล็กซีที่สวยงามอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันได้
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยืนยันความสามารถอันยอดเยี่ยมของกล้องเจมส์ เว็บบ์ ในการสำรวจส่วนลึกของเอกภพ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจประวัติศาสตร์การก่อตัวของจักรวาลตั้งแต่ยุคเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดเพื่อศึกษาว่าแรงโน้มถ่วงและพลังงานมืดมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไรในการกำหนดชะตากรรมของจักรวาลในอนาคต พ.ศ. 2569 นี้จึงถือเป็นปีทองแห่งการสำรวจรอยต่อที่ขาดหายไปของแผนที่ดาราศาสตร์เพื่อให้เราเข้าใกล้คำตอบของจุดกำเนิดสรรพสิ่งได้มากขึ้นกว่าเดิม
ข้อมูลอ้างอิง: NASA/JPL
- NASA Reveals New Details About Dark Matter’s Influence on Universe