ข่าวอวกาศ

เหตุใดเราไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา? งานวิจัยใหม่ชี้สัญญาณจากเอเลี่ยนอาจถูกกวนด้วยพายุสุริยะ

มนุษยชาติเฝ้าค้นหาสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตทรงปัญญามานานหลายทศวรรษ แต่จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เคยได้รับการติดต่อกลับมา แต่งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ว่า สิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจมีอยู่จริง เพียงแต่สภาพอวกาศรอบๆ ดาวเคราะห์ของพวกเขากำลังบิดเบือนสัญญาณวิทยุจนทำให้กล้องโทรทรรศน์บนโลกไม่สามารถตรวจจับได้

การค้นพบนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารดิแอสโทรฟิสิคัลเจอร์นัล (The Astrophysical Journal) เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไข “ปริศนาเฟอร์มี” (Fermi paradox) ที่นักฟิสิกส์ เอนริโก เฟอร์มี เคยตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ว่า หากพิจารณาจากขนาดอันกว้างใหญ่ของเอกภพที่มีดาวเคราะห์เอื้อต่อการอยู่อาศัยมากมาย ทำไมเราจึงยังไม่เคยพบร่องรอยทางเทคโนโลยี (Technosignatures) ของใครเลย งานวิจัยใหม่นี้พบว่า สภาพอวกาศที่เกิดจากดาวฤกษ์ประจำระบบ อาจทำให้คลื่นสัญญาณเหล่านั้นกระจายตัวออกและสูญเสียพลังงานไปในย่านความถี่ที่กว้างขึ้น จนมลายหายไปและยากเกินกว่าที่เราจะรับรู้ได้

วิชัล กัจจาร์ นักดาราศาสตร์จากสถาบันเซติ (SETI Institute) อธิบายว่า ปกติแล้วการตามล่าหาสัญญาณจากต่างดาวจะเน้นไปที่สัญญาณแถบความถี่แคบ (Narrowband signals) ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุที่ถูกส่งออกมาอย่างคมชัดในความถี่เฉพาะเจาะจง และจะไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทว่าที่ผ่านมาเรายังไม่เคยพบสัญญาณลักษณะนี้จากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์เลย ทีมวิจัยเสนอว่า หากสัญญาณเหล่านี้ต้องเดินทางฝ่าความแปรปรวนของสภาพอวกาศ (Space weather) ที่เต็มไปด้วยอนุภาคมีประจุ รังสี และพลาสมาที่ดาวฤกษ์ปล่อยออกมา รูปร่างของคลื่นสัญญาณก็อาจผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจนหลุดรอดเกณฑ์การตรวจจับของเรา

เพื่อพิสูจน์แนวคิดนี้ ทีมวิจัยได้นำข้อมูลผลกระทบของสภาพอวกาศที่มีต่อการสื่อสารของยานอวกาศในอดีต เช่น ยานมาริเนอร์ 4 (Mariner IV) และยาน ไวกิ้ง (Viking) ที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศในปี พ.ศ. 2520 มาสร้างแบบจำลองคาดการณ์ นอกจากนี้ยังมุ่งเป้าไปที่ดาวแคระชนิดเอ็ม (M dwarf stars) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ประเภทที่พบได้มากที่สุดถึงสามในสี่ของกาแล็กซีทางช้างเผือก และดาวเหล่านี้บางดวงมีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของจักรวาล จึงมีเวลามากพอที่จะให้สิ่งมีชีวิตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงได้ ผลการจำลองพบว่า สัญญาณวิทยุจากดาวเคราะห์รอบๆ ดาวแคระเหล่านี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะถูกคลื่นพลาสมาในอวกาศรบกวนจนพร่ามัว ทำให้การตรวจพบเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

แม้กรอบแนวคิดใหม่นี้อาจไม่ได้ตอบโจทย์ปริศนาเฟอร์มีได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ช่วยอธิบายความเงียบงันของจักรวาลที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้อย่างสมเหตุสมผล นักดาราศาสตร์จากหลายสถาบันชั้นนำต่างเห็นพ้องว่า งานวิจัยนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปรับปรุงรูปแบบการค้นหาของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก โดยในอนาคต การใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุระดับเจเนอเรชันถัดไปที่มีความไวสูงอย่างเอสเคเอ-โลว์ (SKA-Low) จะต้องนำปัจจัยเรื่องการขยายตัวและบิดเบือนของคลื่นสัญญาณมาพิจารณาร่วมด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้ยินเสียงจากเพื่อนร่วมจักรวาลที่อาจหลบซ่อนอยู่


ข้อมูลอ้างอิง: Live Science

  • Something in space may be changing alien signals before they can reach Earth