ย้อนรอยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สะเทือนใจคนทั่วโลก เมื่อภารกิจสำรวจอวกาศต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในช่วงเช้าของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 เมื่อกระสวยอวกาศโคลัมเบียสูญสลายไปพร้อมกับชีวิตลูกเรือทั้ง 7 คน ขณะที่เหลือเวลาเพียง 16 นาที ก่อนกำหนดการลงจอด ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี นับเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนทิศทางการสำรวจอวกาศของมวลมนุษยชาติไปตลอดกาล

ภารกิจ STS-107 ของกระสวยอวกาศโคลัมเบียเริ่มต้นขึ้นด้วยความหวังเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2546 โดยมีเป้าหมายหลักคือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำนานถึง 17 วัน ลูกเรือทั้ง 7 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการภารกิจ ริก ฮัสแบนด์ และเหล่านักบินผู้เชี่ยวชาญรวมถึง คัลพานา ชอว์ลา นักบินอวกาศหญิงเชื้อสายอินเดียคนแรก และ อิลาน รามอน นักบินอวกาศคนแรกของอิสราเอล ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการวิจัยเพื่อมวลมนุษย์ ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่ 82 หลังการทะยานขึ้นจากฐานปล่อยจะกลายเป็นจุดจบที่น่าเศร้า
จากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุโคลัมเบียพบว่า สาเหตุหลักเกิดจากชิ้นส่วนโฟมฉนวนกันความร้อนที่หลุดออกมาจากถังเชื้อเพลิงภายนอกพุ่งเข้ากระแทกแผงคาร์บอน-คาร์บอนเสริมแรง บริเวณขอบปีกซ้ายของกระสวยอวกาศ ความแรงของการกระแทกทำให้เกิดรูโหว่ขนาดใหญ่ซึ่งมองไม่เห็นจากกล้องภาคพื้นดินในขณะนั้น เมื่อถึงขั้นตอนการเดินทางกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก (Re-entry) กลายเป็นช่วงเวลาวิกฤต เมื่ออากาศที่ร้อนจัดจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศได้เล็ดลอดเข้าไปในรอยแตกนั้น ก๊าซร้อนที่มีอุณหภูมิสูงมหาศาลเข้าทำลายโครงสร้างภายในของปีกซ้ายอย่างรวดเร็ว จนทำให้กระสวยอวกาศสูญเสียการทรงตัวและแตกสลายออกเป็นชิ้น ๆ เหนือท้องฟ้าของรัฐเท็กซัสและลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความล้มเหลวทางเทคนิค แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาในระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร ซึ่งส่งผลให้องค์การนาซาต้องยกเครื่องระบบตรวจสอบใหม่ทั้งหมด มีการกำหนดมาตรฐานให้ยานทุกลำต้องได้รับการตรวจสอบสภาพพื้นผิวอย่างละเอียดขณะอยู่ในวงโคจร และต้องมีแผนการซ่อมแซมฉุกเฉินหรือแผนอพยพลูกเรือเตรียมพร้อมไว้เสมอ บทเรียนอันล้ำค่าจากความเสียสละของลูกเรือภารกิจ STS-107 ได้กลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการอวกาศรุ่นหลัง ตั้งแต่การส่งนักบินไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ไปจนถึงโครงการอาร์เทมิสที่มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ เพื่อให้มั่นใจว่าเหล่านักสำรวจรุ่นต่อไปจะสามารถเดินทางไปและกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ข้อมูลอ้างอิง: NASA