ดร.สมาพร ติญญนนท์ นักวิจัยหนุ่มจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ผู้คว้ารางวัล “นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่” ประจำปี พ.ศ. 2568 จากผลงานการวิจัยระดับโลกที่ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope) ศึกษาการระเบิดของดาวฤกษ์หรือ “ซูเปอร์โนวา” เพื่อไขปริศนาต้นกำเนิดฝุ่นในเอกภพอันไกลโพ้น

ดร.สมาพร ติญญนนท์ หรือ “ดร.แก้ว” เริ่มต้นความสนใจด้านดาราศาสตร์จากความประทับใจในปรากฏการณ์ฝนดาวตกเมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางโอลิมปิกวิชาการ และได้รับทุนไปศึกษาต่อ ณ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยมีความเชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ภาคสังเกตการณ์ (Observational Astronomy) และการสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์

เส้นทางการศึกษาและก้าวสำคัญสู่การเป็นนักดาราศาสตร์ระดับโลก
- ระดับมัธยมศึกษา
ศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเริ่มต้นเส้นทางวิชาการด้วยการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (IAO) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ได้รับทุนรัฐบาล (ทุน พสวท. สมทบโดย สดร.) เพื่อไปศึกษาต่อด้านดาราศาสตร์ในต่างประเทศจนถึงระดับปริญญาเอก - ระดับปริญญาตรี
ศึกษาด้าน ฟิสิกส์ (Physics) ที่ Harvey Mudd College สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่เน้นความเข้มข้นทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ที่นี่เขาได้เริ่มฝึกทักษะการทำวิจัยตั้งแต่ชั้นปีแรกๆ - ระดับปริญญาโทและเอก
ศึกษาต่อด้าน ดาราศาสตร์ (Astronomy) ณ สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) หรือ Caltech ซึ่งถือเป็นสถาบันด้านดาราศาสตร์อันดับต้นๆ ของโลก และเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการหอสังเกตการณ์สำคัญหลายแห่ง รวมถึงห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (JPL) ของ NASA - ระดับหลังปริญญาเอก (Postdoctoral)
ปฏิบัติงานวิจัยต่อที่ University of California, Santa Cruz (UCSC) เป็นเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง โดยมุ่งเน้นการสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์และการสังเกตการณ์ในย่านรังสีอินฟราเรด ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งนักวิจัยที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ในปัจจุบัน
ผลงานที่โดดเด่นของ ดร.สมาพร คือการศึกษาซูเปอร์โนวา (Supernova) หรือการระเบิดของดาวฤกษ์มวลมากเมื่อสิ้นอายุขัย การระเบิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นแหล่งกำเนิดของธาตุหนักและ “ฝุ่นอวกาศ” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการก่อกำเนิดดาวฤกษ์รุ่นใหม่ ดาวเคราะห์ และสิ่งมีชีวิต ดร. สมาพร อธิบายว่าฝุ่นเหล่านี้เปรียบเสมือนวัสดุก่อสร้างในอวกาศ หากไม่มีการระเบิดของดาวฤกษ์ เอกภพก็จะมีเพียงก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเท่านั้น

ในการวิจัยล่าสุด ดร.สมาพร ได้รับโอกาสระดับโลกในการใช้เวลาสังเกตการณ์บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ เพื่อศึกษาซูเปอร์โนวาหมายเลข 2014C โดยพบว่ามีการก่อตัวของฝุ่นมวลมหาศาลกว่า 20,000 เท่าของมวลโลก ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าซูเปอร์โนวาสามารถผลิตฝุ่นได้เพียงพอที่จะอธิบายปริมาณฝุ่นที่พบในกาแล็กซีที่ห่างไกลและมีอายุน้อยได้

นอกจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากอวกาศแล้ว ดร.สมาพร ยังมุ่งเน้นการพัฒนาอุปกรณ์เพื่อยกระดับดาราศาสตร์ไทย โดยกำลังดำเนินโครงการสร้าง “สเปกโตรกราฟ” (Spectrograph) อัตโนมัติ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แยกแสงจากวัตถุบนท้องฟ้าออกเป็นแถบสีหรือสเปกตรัม เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและความเร็วในการขยายตัวของซากดาว อุปกรณ์นี้จะช่วยให้ไทยสามารถสังเกตการณ์วัตถุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Time Domain Astronomy) ได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที โดยมีแผนจะเริ่มใช้งานจริงในปี พ.ศ. 2570
ดร.สมาพร กล่าวถึงความสำคัญของงานวิจัยพื้นฐานว่า แม้ดาราศาสตร์จะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่การทำความเข้าใจเอกภพและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์คือการทำความเข้าใจที่มาของตัวเราเอง เพราะทุกโมเลกุลในร่างกายมนุษย์ล้วนเคยเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาวมาก่อนทั้งสิ้น
- ข้อมูลอ้างอิง
– สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
– นิตยสารสาระวิทย์