ภารกิจสำรวจดาวอังคารต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง เมื่อสว่านของรถสำรวจคิวริออซิตี (Curiosity) ไปติดกับก้อนหินขนาดเขื่องจนไม่สามารถขยับได้ แต่ล่าสุดทางองค์การนาซา (NASA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายยืนยันความสำเร็จในการแก้ปัญหา และสลัดหินเจ้าปัญหาลูกนี้ให้หลุดออกมาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเดินหน้าค้นหาคำตอบของเอกภพบนดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเราต่อไป
เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่รถสำรวจคิวริออซิตี (Curiosity) กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่างบนพื้นผิวดาวอังคารตามปกติ แต่มีหินที่ทีมงานตั้งชื่อเล่นว่า “อาตากามา” (Atacama) เข้าไปติดขัดอยู่ที่บริเวณปลายสว่านบนแขนกล ทำให้ทีมวิศวกรจากห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (Jet Propulsion Laboratory – JPL) ต้องใช้เวลาหลายวันในการวางแผนกู้สถานการณ์ด้วยการทดลองปรับตำแหน่งแขนกลและสั่งการให้สว่านเกิดการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหินก้อนดังกล่าวหลุดออกมาได้สำเร็จในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สำหรับหินอาตากามา (Atacama) นี้ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณฐานประมาณ 45 เซนติเมตร และหนาประมาณ 15 เซนติเมตร หากวัดน้ำหนักบนโลกจะมีน้ำหนักราว 13 กิโลกรัม (แต่บนดาวอังคารจะมีน้ำหนักเหลือเพียงประมาณ 1 ใน 3 เนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่า) โดยภาพถ่ายล่าสุดที่ส่งกลับมายังโลกนั้น บันทึกโดยกล้องแมสต์แคม (Mastcam) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 4,877 ของการปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคาร (Sol 4,877) เผยให้เห็นร่องรอยรูเจาะรูปวงกลมที่เกิดจากปลายสว่านของรถสำรวจปรากฏอยู่อย่างชัดเจนบนพื้นผิวหินก้อนนี้
ภาพที่เห็นนี้เป็นภาพโมเสก (Mosaic) ที่เกิดจากการนำภาพถ่ายย่อยจำนวน 8 ภาพมาต่อกันหลังจากส่งข้อมูลกลับมายังโลก โดยทีมงานได้ปรับสมดุลแสงสีให้ใกล้เคียงกับสภาพแสงในตอนกลางวันบนโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์พื้นผิวและองค์ประกอบของหินได้อย่างแม่นยำที่สุด การแก้ไขปัญหาที่อยู่ห่างไกลจากโลกหลายล้านกิโลเมตรในครั้งนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญของทีมควบคุมภาคพื้นดินในการรักษาอุปกรณ์มูลค่ามหาศาลให้พร้อมสำหรับการค้นคว้าความลับทางธรณีวิทยาของดาวอังคารต่อไปในอนาคต
ข้อมูลอ้างอิง: NASA/JPL-Caltech/MSSS
- NASA’s Curiosity Takes Close Look at Rock That Got Stuck on Drill