องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา เผยการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์เมื่อยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance rover) ตรวจพบแร่อัญมณีขนาดจิ๋วที่สามารถเรืองแสงได้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นทับทิมหรือไพลิน ซ่อนตัวอยู่ในก้อนกรวดบริเวณขอบแอ่งเยเซโร (Jezero Crater) บนJezero Crater ถือเป็นการค้นพบแร่ธาตุชนิดนี้เป็นครั้งแรกบนดาวเคราะห์สีแดง โดยนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าอัญมณีเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความร้อนใต้พิภพแบบบนโลก แต่อาจก่อตัวขึ้นจากการพุ่งชนอย่างรุนแรงของอุกกาบาตในอดีตกาล
การค้นพบนี้ได้นำเสนอในงานประชุมวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (LPSC 2026) ที่รัฐเทกซัส ทีมวิจัยนำโดย แอนน์ โอลลิลา จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอสแอลามอสได้รายงานว่า ยานเพอร์เซเวียแรนส์พบแร่อัญมณีดังกล่าวครั้งแรกภายในหินก้อนเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าแฮมป์เดนริเวอร์ และต่อมาได้ค้นพบแร่ลักษณะเดียวกันเพิ่มในก้อนกรวดอีกสองก้อนชื่อ คอฟฟีโคฟ และสมิธส์ฮาร์เบอร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านนอกใกล้กับขอบของแอ่งปะทะเยเซโร อัญมณีเหล่านี้มีขนาดเล็กจิ๋วเพียงประมาณ 0.2 มิลลิเมตรเท่านั้น
ในการค้นหาความจริง ยานเพอร์เซเวียแรนส์ได้ใช้อุปกรณ์ซูเปอร์แคม (SuperCam) ซึ่งมีเลเซอร์ความแม่นยำสูงในการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของก้อนกรวด เลเซอร์เหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดการเรืองแสง (Luminescence) หรือการแผ่รังสีทางแสงออกมาจากสสารโดยไม่ได้อาศัยความร้อน ผลการวิเคราะห์แสงที่เรืองออกมาปรากฏชัดเจนว่าก้อนหินเหล่านี้มีส่วนประกอบของแร่คอรันดัม (Corundum) ซึ่งบนโลกของเรา แร่คอรันดัมที่โปร่งใสและมีสีสันสวยงามก็คืออัญมณีจำพวกทับทิมและไพลิน โดยความแตกต่างของสีนั้นขึ้นอยู่กับโลหะเจือปนที่อยู่ภายในตัวแร่
ปริศนาสำคัญที่ตามมาคือ อัญมณีเหล่านี้ไปอยู่บนดาวอังคารได้อย่างไร บนโลกของเรา แร่คอรันดัมมักก่อตัวขึ้นจากกระบวนการทางธรณีแปรสัณฐาน (Tectonic activity) ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงมาก คือต้องมีซิลิกาต่ำและมีอะลูมิเนียมสูง แม้ว่าดาวอังคารจะมีร่องรอยของกระบวนการทางธรณีวิทยาหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่เคยมีระบบธรณีแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก (Plate tectonics) ในลักษณะเดียวกับที่โลกมี ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงมุ่งประเด็นไปที่เหตุการณ์การพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ลงบนพื้นผิวดาวอังคารในอดีต ว่าน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่สร้างความร้อนและแรงดันมหาศาลในชั่วพริบตา จนทำให้เกิดแร่คอรันดัมเหล่านั้นขึ้นมาได้
การค้นพบเศษแร่คอรันดัมหรืออัญมณีคล้ายทับทิมนี้ ไม่เพียงแต่เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับการสำรวจทางธรณีวิทยาบนดาวเคราะห์ดวงอื่น แต่ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงวิวัฒนาการและสภาพแวดล้อมอันรุนแรงในอดีตของดาวอังคารได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าในตอนนี้เราจะยังไม่สามารถเก็บอัญมณีเหล่านั้นกลับมาส่องประกายให้เห็นด้วยตาเปล่าบนโลกได้ แต่มันก็ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความซับซ้อนและปริศนาที่ยังรอการค้นพบอีกมากมายบนดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเรา
ข้อมูลอ้างอิง: Earth and Sky
- Rubies on Mars? Rover finds fluorescent gems for 1st time