ข่าวอวกาศ

เดินเครื่องขุดเจาะดาวอังคาร! รถสำรวจคิวริออซิตีเตรียมเจาะหินดาน “อาตากามา” ไขความลับชั้นหินซัลเฟต

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ NASA เริ่มต้นภารกิจขุดเจาะครั้งใหม่บนดาวอังคาร โดยส่งรถสำรวจคิวริออซิตี (Curiosity) ลงพื้นที่เป้าหมายใหม่ที่มีชื่อว่า “อาตากามา” (Atacama) เพื่อศึกษาลักษณะของหินดานหรือชั้นหินแข็งที่เป็นซัลเฟตบนภูเขาชาร์ป (Mount Sharp) แผนการสำรวจในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 นี้ ถือเป็นการเจาะหินดานบริเวณนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากพื้นที่สำรวจเดิม ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึงวิวัฒนาการและประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดาวอังคารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การปฏิบัติงานของรถสำรวจคิวริออซิตีครอบคลุมแผนการทำงานหลาย “ซอล” (Sol) หรือวันบนดาวอังคาร ในช่วงแรกทีมงานได้มุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมสำหรับการขุดเจาะ มีการทดสอบแรงกดบนหินเป้าหมายและคัดกรองพื้นที่ทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น รถสำรวจได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและกล้องถ่ายภาพระยะใกล้เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลของหินอาตากามาในสภาวะแสงที่แตกต่างกัน การเก็บข้อมูลซ้ำ ๆ ในจุดเดิมจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ บนพื้นผิวหินได้อย่างแม่นยำ

ในขณะเดียวกัน กล้องหลักของรถสำรวจยังได้ถ่ายภาพสามมิติเพื่อทำแผนที่พื้นที่ขุดเจาะ รวมถึงสำรวจความแตกต่างของหินบริเวณนั้น ไม่ว่าจะเป็นหินที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “คิมซา ชาตา” (Kimsa Chata) และลักษณะชั้นหินของเนินเขา “พานิริ” (Paniri butte) นอกจากนี้ยังมีการเก็บภาพหินรูปร่างแปลกตา เช่น หินที่ซ้อนกันเป็นชั้นบาง ๆ ที่ถูกตั้งชื่อว่า “ควีนออฟดิแอนดีส” (Queen of the Andes) และหินที่มีรอยแตกเป็นรูปหลายเหลี่ยมซึ่งแตกออกตอนที่รถสำรวจขับผ่านอย่างหิน “คูราโค” (Curaco)

เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น ทีมงานได้เข้าสู่ขั้นตอนการขุดเจาะจริงเพื่อเก็บตัวอย่างหิน พร้อมกันนี้ รถสำรวจยังถูกตั้งโปรแกรมให้เลือกเป้าหมายอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้เองโดยอัตโนมัติ เพื่อใช้เลเซอร์ยิงวิเคราะห์แร่ธาตุ ควบคู่ไปกับการที่ทีมงานด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเฝ้าติดตามสภาพอากาศบนดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวัดปริมาณฝุ่นในชั้นบรรยากาศ การเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆ และการเก็บข้อมูลการเกิดพายุหมุนฝุ่น

ก้าวต่อไปของภารกิจนี้คือการส่งตัวอย่างหินที่เจาะได้จากเป้าหมายอาตากามาเข้าไปยังเครื่องมือวิเคราะห์วิทยาแร่ภายในตัวรถสำรวจ ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่จะเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแร่ธาตุในชั้นหินซัลเฟตใหม่นี้ กับผลการขุดเจาะครั้งล่าสุดที่บริเวณซึ่งเรียกว่า “มิเนอรัลคิง” (Mineral King) ที่อยู่ต่ำลงไปถึงเกือบ 160 เมตร การนำข้อมูลสองจุดนี้มาประกอบกันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยไขความลับว่าสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป


ข้อมูลอ้างอิง: NASA Mars Science Laboratory

  • Curiosity Blog, Sols 4873-4878: Welcome to the Atacama Drill Target