จากจุดสีแดงปริศนาที่เคยสร้างความฉงนในภาพถ่ายอวกาศ ตอนนี้ได้รับการยืนยันจากนักดาราศาสตร์แล้วว่า มันคือดาวเคราะห์ดวงใหม่ในระบบสุริยะที่อายุน้อยและแปลกประหลาดที่สุดระบบหนึ่งเท่าที่เคยมีการค้นพบมา การค้นพบครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในระบบดาวที่ชื่อว่า WISPIT 2 ซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 หลังจากทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา (University of Arizona) ใช้ระบบ MagAO-X (Extreme Adaptive Optics) บันทึกภาพ ดาวเคราะห์ก่อนเกิด (Protoplanet) ดวงแรกที่ชื่อว่า WISPIT 2b ขณะกำลังเติบโตอยู่ท่ามกลางช่องว่างของวงแหวนฝุ่นรอบดาวฤกษ์ดวงแม่
ในระหว่างการสังเกตการณ์ครั้งนั้น ทีมวิจัยได้สังเกตเห็นวัตถุปริศนาอีกชิ้นที่รหัสนามสมมติว่า CC1 ซึ่งโคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากกว่าดวงแรก โดยมีระยะห่างเพียง 15 หน่วยดาราศาสตร์ (Astronomical Units) หรือประมาณ 2,243,968,060 กิโลเมตร ซึ่งหากเทียบกับระบบสุริยะของเราจะอยู่ไกลกว่าระยะจากดวงอาทิตย์ถึงดาวเสาร์ประมาณ 1.5 เท่า ในขณะนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่ามันคือดาวเคราะห์ขนาดมหึมา หรือเป็นเพียงกลุ่มฝุ่นหนาแน่นสีแดงกันแน่ จนกระทั่งล่าสุดทีมวิจัยนานาชาตินำโดยนักศึกษาปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกัลเวย์ (University of Galway) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแอริโซนา ได้ใช้ กล้องโทรทรรศน์ VLTI (Very Large Telescope Interferometer) ในทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลี เพื่อไขปริศนานี้
ผลการตรวจสอบยืนยันว่าวัตถุ CC1 คือดาวเคราะห์ดวงที่สองของระบบอย่างเป็นทางการ โดยได้รับชื่อใหม่ว่า WISPIT 2c ดาวเคราะห์ดวงนี้มีอายุเพียง 5 ล้านปี และมีความมวลมหาศาลมากกว่าดาวพฤหัสบดีถึง 10 เท่า ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์เกิดใหม่ที่มีมวลมากที่สุดเท่าที่เคยมีการตรวจวัดมา นอกจากนี้มันยังมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของพี่น้องอย่าง WISPIT 2b แต่กลับโคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากกว่าถึง 4 เท่า ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สังเกตได้ยากยิ่งจากโลกเนื่องจากแสงสว่างอันเจิดจ้าของดาวฤกษ์ดวงแม่มักจะบดบังวัตถุรอบข้างไปจนหมด
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการใช้เครื่องมือ GRAVITY ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดสเปกตรัมที่มีความไวสูง (High-sensitivity Spectro-interferometer) ทำงานร่วมกับระบบปรับแต่งภาพเพื่อลดการบิดเบือนจากชั้นบรรยากาศ จนสามารถตรวจพบสัญญาณทางเคมีที่สำคัญอย่าง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันชัดเจนของดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ที่กำลังอยู่ในช่วงก่อตัว ระบบ WISPIT 2 ที่ประกอบด้วยวงแหวนฝุ่น 3 ชั้นและดาวเคราะห์ยักษ์ 2 ดวงนี้ จึงเปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการธรรมชาติที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้ย้อนเวลากลับไปศึกษาภาพจำลองของระบบสุริยะของเราเมื่อ 4,500 ล้านปีก่อน เพื่อทำความเข้าใจว่าโลกและดาวเคราะห์เพื่อนบ้านถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไรในเอกภพอันกว้างใหญ่นี้
ข้อมูลอ้างอิง: University of Arizona
- Mysterious red dot first spotted by U of A astronomers reveals itself as a baby planet orbiting a young star