ข่าวอวกาศ

ผลวิเคราะห์ล่าสุดชี้ดวงจันทร์ “ยูโรปา” อาจไม่มีน้ำพุอวกาศอย่างที่คิด

ความลึกลับของดวงจันทร์น้ำแข็งแห่งระบบสุริยะกำลังถูกท้าทายอีกครั้ง เมื่อหนึ่งในการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ตาเห็น หลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมายอมรับว่า “น้ำพุไอน้ำ” อันโด่งดังบนดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี อาจเป็นเพียงแค่ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2557 วงการดาราศาสตร์ต้องตื่นเต้นสุดขีดเมื่อผลการศึกษาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) บ่งชี้ว่ามีน้ำพุไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกบนเปลือกน้ำแข็งของดวงจันทร์ยูโรปา (Europa) เป็นระยะ โดยมีความสูงถึง 200 กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 นักวิจัยอีกกลุ่มก็รายงานการตรวจพบในลักษณะเดียวกัน ซึ่งข้อมูลนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาดหวังอย่างมาก เพราะมันแปลว่าเราอาจจะสามารถส่งยานอวกาศไปบินผ่านเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำจากมหาสมุทรใต้ดินที่ลึกถึง 30 กิโลเมตรมาวิเคราะห์ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเจาะชั้นน้ำแข็งอันหนาทึบ

ความหวังนั้นนำไปสู่การส่งยานสำรวจระดับเรือธงอย่างยานยูโรปา คลิปเปอร์ (Europa Clipper) ของ NASA ออกเดินทางสู่อวกาศ ซึ่งมีกำหนดการจะเดินทางไปถึงระบบดาวพฤหัสบดีและเริ่มบินโฉบผ่านดวงจันทร์ยูโรปาในปี พ.ศ. 2574 โดยหนึ่งในภารกิจไฮไลต์ของยานลำนี้คือการเข้าไปวิเคราะห์สารประกอบจากน้ำพุอวกาศเหล่านี้หากพวกมันมีอยู่จริง

แต่รายงานการวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารดาราศาสตร์ระดับโลกอย่าง Astronomy and Astrophysics โดย ดร. โลเรนซ์ โรท (Dr. Lorenz Roth) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งราชสำนักเคทีเอช (KTH Royal Institute of Technology) ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นผู้นำทีมวิจัยคนเดียวกับที่เคยรายงานการค้นพบน้ำพุในปี พ.ศ. 2557 ได้ออกมาสั่นคลอนความเชื่อเดิมอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่พวกเขาได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังตลอด 14 ปีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลใหม่อย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำขึ้น

จากการตรวจสอบพบว่า สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นสัญญาณของน้ำพุไอน้ำพุ่งสูง 200 กิโลเมตร แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียง “สัญญาณรบกวนทางสถิติ” (Statistical Noise) ที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนเพียง 1-2 พิกเซลในการระบุตำแหน่งกึ่งกลางของดวงจันทร์ยูโรปาบนภาพถ่ายของกล้องฮับเบิลในอดีต ประกอบกับการปะปนของสัญญาณจากชั้นบรรยากาศเอกโซสเฟียร์ของไฮโดรเจน (Hydrogen Exosphere) รอบดวงจันทร์ยูโรปาเองและของโลก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวตนของน้ำพุนี้ลดฮวบจาก 99.9% ในอดีต เหลือไม่ถึง 90% ซึ่งไม่เพียงพอที่จะยืนยันการมีอยู่ของน้ำพุได้ทางวิทยาศาสตร์อีกต่อไป

แม้เรื่องนี้จะทำให้หลายคนเสียดายเมื่อเทียบกับดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) ของดาวเสาร์ที่มีการยืนยันชัดเจนว่ามีน้ำพุอวกาศที่พ่นสารอินทรีย์ออกมาจริง ๆ แต่การไม่มีน้ำพุบนยูโรปาไม่ได้แปลว่ามันไม่มีมหาสมุทร หลักฐานส่วนใหญ่ยังคงบ่งชี้ว่ายูโรปามีมหาสมุทรขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกน้ำแข็งจากการเหนี่ยวนำความร้อนทางน้ำขึ้นน้ำลง เพียงแต่เราอาจต้องหาทางศึกษาด้วยวิธีอื่นที่ท้าทายกว่าเดิม และคำตอบทั้งหมดจะกระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อยานยูโรปา คลิปเปอร์ เดินทางไปถึงจุดหมายในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า


  • ข้อมูลอ้างอิง: University of Cologne