ข่าวอวกาศ

ไทยผนึกกำลังยุโรป ชูเทคโนโลยีดาวเทียม ดันเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอวกาศภูมิภาค

ประเทศไทยก้าวไปอีกขั้นในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เมื่อสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสมาคมการค้าไทย-ยุโรป (TEBA) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อการพัฒนาประเทศ พร้อมปูทางให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านอวกาศของภูมิภาค

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรม เดอะ เพนนินซูลา กรุงเทพฯ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ได้นำทีมผู้บริหารเข้าร่วมงานสัมมนาธุรกิจไทย-ยุโรป ภายใต้ชื่อ Advancing Thailand-Europe Business for a future ready corporation งานนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญระดับประเทศและตัวแทนจากฝั่งยุโรปมากมาย รวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ มร.ปิแอร์ จาฟเฟร (Mr. Pierre Jaffre) ประธานสมาคมการค้าไทย-ยุโรป ที่มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกัน

กลุ่มอุตสาหกรรมจากทวีปยุโรปเล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการสร้างระบบเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาค ที่ผ่านมาประเทศไทยโดย GISTDA ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศยุโรปอย่างใกล้ชิดในด้านเทคโนโลยีอวกาศมานานกว่าสองทศวรรษ ผลงานที่โดดเด่นคือโครงการดาวเทียมสำรวจโลก ธีออส 1 (THEOS-1) และ ธีออส 2 (THEOS-2) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่สำคัญในการจัดเก็บข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของนโยบายการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ Science Diplomacy ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ใช้ความร่วมมือทางการวิจัยและเทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศยุโรปในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับความสามารถในการออกแบบและพัฒนาดาวเทียมของไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศได้เข้าถึงองค์ความรู้ระดับสากล ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน


  • ข้อมูลอ้างอิง: GISTDA