ข่าวอวกาศ

นักดาราศาสตร์ดักจับภาพ “จานก่อกำเนิดดวงจันทร์” นอกระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรก ใหญ่กว่าวงแหวนดาวเสาร์ 500 เท่า

นักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จในการค้นพบ จานดาวเคราะห์ก่อนเกิดบริวาร (Circumplanetary Disk) หรือจานฝุ่นและก๊าซที่โอบล้อมรอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรก โดยจานฝุ่นมหึมานี้มีขนาดใหญ่กว่าวงแหวนของดาวเสาร์ถึง 500 เท่า ลอยล่องอยู่รอบดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ดวงใหม่ที่มีลักษณะคล้ายดาวพฤหัสบดี ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ยืนยันว่ามนุษยชาติสามารถตรวจพบระบบที่ดวงจันทร์บริวารกำลังก่อตัวขึ้นจริงในอวกาศอันห่างไกล

ดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้มีชื่อว่า พีดีเอส 70ซี (PDS 70c) เป็นหนึ่งในคู่ดาวเคราะห์เกิดใหม่ที่ตั้งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 400 ปีแสง ซึ่งมันและดาวเคราะห์คู่แฝดอย่าง พีดีเอส 70บี (PDS 70b) ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการก่อตัว ทำให้ระบบดาวแห่งนี้เปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการชั้นยอดในการศึกษาดาวเคราะห์และดวงจันทร์ในวัยทารก เนื่องจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) อีกกว่า 4,000 ดวงที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้ล้วนเป็นระบบดาวที่เติบโตเต็มที่แล้วทั้งสิ้น แต่คู่แฝดคู่นี้กลับเป็นเพียงสองดวงฉบับพิเศษที่ยังคงเติบโตไม่หยุดยั้งคล้ายกับคู่ของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ในระบบสุริยะของเรา

ทีมนักวิจัยได้ใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุแอลมา (Atacama Large Millimeter/submillimeter Array: ALMA) ที่ตั้งอยู่บนทะเลทรายอาตากามาทางตอนเหนือของประเทศชิลี ในการวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของจานฝุ่นรอบดาวเคราะห์ พีดีเอส 70ซี พบว่ามันมีความกว้างขวางใหญ่โตใกล้เคียงกับระยะห่างระหว่างโลกถึงดวงอาทิตย์ หรือประมาณ 1 หน่วยดาราศาสตร์ (Astronomical Unit) ซึ่งคิดเป็นระยะทางราว 150,000,000 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลยังชี้ว่าจานฝุ่นนี้มีมวลสารสารประกอบหนาแน่นมากพอที่จะให้กำเนิดดวงจันทร์บริวารขนาดเท่ากับดวงจันทร์ของโลกเราได้ถึง 3 ดวง ในขณะที่ดาวเคราะห์คู่แฝดอย่าง พีดีเอส 70บี กลับไม่มีจานฝุ่นล้อมรอบ เนื่องจากมันถูก พีดีเอส 70ซี แย่งชิงฝุ่นอวกาศไปจนหมดสิ้นในช่วงการก่อตัวยุคแรกเริ่ม

การดักจับภาพกระบวนการสร้างตัวของดวงจันทร์ในครั้งนี้ ช่วยพิสูจน์ทฤษฎีการกำเนิดดาวเคราะห์ที่ว่า ดาวเคราะห์จะเคลียร์เส้นทางวงโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงแม่และดูดกลืนมวลสารรอบตัวจนเกิดเป็นจานฝุ่นขนาดเล็กของตัวเอง ซึ่งก๊าซและฝุ่นในจานนี้จะพุ่งเข้าชนกันจนควบแน่นกลายเป็นดวงจันทร์ในที่สุด แม้ว่าที่ผ่านมามนุษย์จะยังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าดวงจันทร์ก่อตัวขึ้นเมื่อใดและอย่างไร แต่การค้นพบครั้งนี้ได้ส่องแสงสว่างนำทางให้แก่วงการดาราศาสตร์ โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าที่จะใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่พิเศษ (Extremely Large Telescope: ELT) ของหอดูดาวซีกโลกใต้แห่งยุโรป (European Southern Observatory: ESO) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ เพื่อกลับมาบันทึกภาพระบบดาวคู่นี้อย่างละเอียดในอนาคตอันใกล้เพื่อไขความลับวิวัฒนาการของเอกภพต่อไป


ข้อมูลอ้างอิง: Astrophysical Journal Letters

  • Astronomers spot 1st moon-forming disk around an alien world