ข่าวอวกาศ

NASA อัดฉีดทุนพัฒนาเทคโนโลยีสกัดทรัพยากรบนดวงจันทร์ ปูทางสู่การตั้งถิ่นฐานในอวกาศระยะยาว

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) รายงานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดในการมอบสัญญามูลค่า 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บริษัทเอกชนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสกัดทรัพยากรสำคัญอย่างไฮโดรเจนและฮีเลียม-3 จากดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้นักบินอวกาศสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่บนดวงจันทร์มาใช้ดำรงชีพและสร้างพลังงาน ซึ่งจะลดข้อจำกัดในการขนส่งอุปกรณ์จากโลก และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานในอวกาศระยะยาวทั้งบนดวงจันทร์และดาวอังคาร

ในการสนับสนุนภารกิจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารที่ต้องใช้เวลายาวนาน นาซาและภาคอุตสาหกรรมอวกาศได้ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับดึงทรัพยากรจากดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ หรือที่เรียกว่า เรโกลิธ (Regolith) แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักในชื่อการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ (In-situ resource utilization หรือ ISRU) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักสำรวจอวกาศนำสิ่งที่มีอยู่แล้วบนดวงดาวเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งหรือแร่ธาตุต่าง ๆ ทรัพยากรเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดเป็นระบบขับดัน พลังงาน ระบบสนับสนุนการดำรงชีวิต และปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ สำหรับนักบินอวกาศที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในห้วงอวกาศลึก

เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าว นาซาได้มอบสัญญาแบบราคาคงที่โดยมีระยะเวลาดำเนินการหนึ่งปีครึ่ง ให้กับบริษัท อินเตอร์ลูน (Interlune) ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการบุกเบิกทรัพยากรธรรมชาติภายนอกโลก การสนับสนุนนี้ดำเนินการผ่านโครงการวิจัยและนวัตกรรมธุรกิจขนาดเล็กของนาซา ระยะที่ 3 (SBIR Phase III) ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปที่การผลักดันเทคโนโลยีให้สามารถนำไปใช้งานจริงในภารกิจของนาซาและภาคเอกชน บริษัท อินเตอร์ลูน จะทำหน้าที่ประเมินรวมถึงทดสอบเครื่องมือสำหรับการค้นหาและสกัดทรัพยากร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภารกิจบนดวงจันทร์ในอนาคตสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

ความพยายามนี้ต่อยอดจากผลงานก่อนหน้าในโครงการเที่ยวบินเพื่อโอกาสทางอวกาศของนาซา โดยบริษัท อินเตอร์ลูน ได้สร้างและทดสอบระบบต้นแบบบนเที่ยวบินแบบพาราโบลาที่จำลองสภาพแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์มาแล้ว ภายใต้สัญญาฉบับใหม่นี้ บริษัทจะรับผิดชอบในการออกแบบ สร้าง และทดสอบอุปกรณ์สำหรับใช้งานจริงในอวกาศ ตัวอุปกรณ์ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บตัวอย่างดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ คัดแยกขนาดของอนุภาค สกัดแก๊สระเหยง่ายที่มากับลมสุริยะ และวัดปริมาณของแก๊สเหล่านั้น ระบบดังกล่าวใช้การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแมสสเปกโทรมิเตอร์ หรือเครื่องมือวิเคราะห์มวลรุ่นเอ็มโซโล (MSOLO) ของนาซา เพื่อใช้วัดความเข้มข้นของแก๊สที่ถูกปล่อยออกมาจากดินดวงจันทร์

เทคโนโลยีเอ็มโซโลเป็นเครื่องมือวิเคราะห์มวลที่มีขนาดกะทัดรัดและทนทาน ถูกพัฒนาขึ้นที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี เพื่อวิเคราะห์แก๊สและองค์ประกอบทางเคมีของพื้นที่ลงจอดบนดวงจันทร์ อุปกรณ์นี้เคยผ่านการสาธิตการทำงานจริงในสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์มาแล้วในภารกิจของบริษัท อินทูอิทิฟ แมชชีนส์ (Intuitive Machines) บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์เมื่อปี พ.ศ. 2568 ความสำเร็จของการส่งมอบเทคโนโลยีที่นาซาพัฒนาขึ้นมาให้ภาคเอกชนนำไปใช้งานต่อนั้น ถือเป็นหมุดหมายที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลักดันเครื่องมือขั้นสูงให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ตัวระบบยังมีคอมพิวเตอร์ลูกผสมสำหรับการประมวลผลบนยานและระบบปรับเทียบแก๊ส ช่วยให้อุปกรณ์ตรวจสอบและปรับการอ่านค่าได้โดยตรงบนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับยานลงจอดเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

การลงทุนของนาซาในเทคโนโลยีพื้นผิวดวงจันทร์ร่วมกับพันธมิตรเชิงพาณิชย์ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความยั่งยืนในการสำรวจอวกาศ การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยให้นำวัสดุบนดวงจันทร์มาใช้ได้จริง จะช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนของภารกิจในอนาคตได้อย่างมหาศาล โครงการนี้ยังตอกย้ำถึงความพยายามเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขความท้าทายระดับชาติ และช่วยขับเคลื่อนโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) สู่ความสำเร็จ โดยนาซายังคงเปิดรับข้อเสนอโครงการเทคโนโลยีจากภาคส่วนต่าง ๆ ระหว่างปี พ.ศ. 2569 ถึง 2570 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามนุษยชาติกำลังเตรียมความพร้อมและผลักดันขีดความสามารถในการใช้ชีวิตข้ามดวงดาวอย่างจริงจัง


ข้อมูลอ้างอิง: NASA