ข่าวอวกาศ

เปิดลายแทงจักรวาลผืนใหม่ ยาน TESS ของ NASA โชว์พิกัดดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเฉียดหมื่นดวงทั่วผืนฟ้า

NASA ได้เปิดเผยภาพแผนที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งบันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) เผยให้เห็นพิกัดของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanets) หรือโลกที่อยู่นอกระบบสุริยะของเรา ทั้งที่ได้รับการยืนยันแล้วและดวงที่อยู่ในข่ายน่าสงสัยรวมเกือบ 6,000 ดวง กระจัดกระจายอยู่ทั่วผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ราวกระดุมหลากสี

ภาพความละเอียดสูงนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการณ์ของยาน TESS ในช่วงภารกิจขยายเวลาครั้งที่สองซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 โดย ดร. รีเบกกา ฮาวน์เซล (Rebekah Hounsell) นักวิทยาศาสตร์ร่วมโครงการจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ แบลทิมอร์ เคาน์ตี และศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ด (Goddard Space Flight Center) ของ NASA ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยาน TESS ได้กลายเป็นเสมือนท่อส่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เราค้นพบดาวเคราะห์ที่มีขนาดหลากหลาย ตั้งแต่ขนาดเล็กใกล้เคียงกับดาวพุธ (Mercury) ไปจนถึงขนาดที่ใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดี (Jupiter) และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ บางดวงตั้งอยู่ในเขตที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย (Habitable Zone) ซึ่งมีอุณหภูมิพอเหมาะที่จะมีน้ำในสถานะของเหลวบนพื้นผิว อันเป็นปัจจัยสำคัญในการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก

กล้องถ่ายภาพประสิทธิภาพสูงจำนวน 4 ตัวของยาน TESS จะทำการกวาดแถบท้องฟ้าที่เรียกว่า “เซกเตอร์” (Sector) ต่อเนื่องกันเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนต่อหนึ่งพื้นที่ เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความสว่างของดาวฤกษ์นับแสนดวง ซึ่งการลดลงของแสงเพียงเล็กน้อยอาจเป็นสัญญาณว่ามีดาวเคราะห์กำลังโคจรตัดผ่านหน้าดาวฤกษ์ดวงนั้น โดยทีมนักวิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์ทั้งหมด 96 เซกเตอร์ ระหว่างเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นภาพโมเสกทั่วท้องฟ้าที่สมบูรณ์แบบ

เมื่อเจาะลึกไปที่รายละเอียดบนแผนที่ จุดสีน้ำเงินเกือบ 700 จุด แสดงถึงตำแหน่งของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งรวมถึงดาวเคราะห์สุดขั้วในรูปแบบต่างๆ เช่น โลกที่ถูกปกคลุมไปด้วยภูเขาไฟระเบิด ดาวเคราะห์ที่กำลังถูกรังสีจากดาวฤกษ์ของตัวเองทำลายล้าง หรือแม้กระทั่งดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง ทำให้ผู้ไปเยือนจะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นและตกดินพร้อมกันสองดวงในแต่ละวัน ขณะที่จุดสีส้มอีกกว่า 5,000 จุด เป็นดาวเคราะห์ผู้ท้าชิงที่กำลังรอการตรวจสอบยืนยันในอนาคต ซึ่งหากนับรวมความสำเร็จจากทุกภารกิจในอดีต เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler Space Telescope) และหอดูดาวอื่นๆ ปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะรวมแล้วมากกว่า 6,270 ดวง

นอกจากร่องรอยของดาวเคราะห์แฝงกายอยู่แล้ว ภาพโมเสกนี้ยังเผยให้เห็นแถบสว่างของกาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way Galaxy) พาดผ่านตรงกลางอย่างงดงาม รวมถึงวงรีสีขาวสว่างบริเวณซ้ายล่างซึ่งก็คือ กาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) และกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็ก (Small Magellanic Cloud) ซึ่งเป็นกาแล็กซีบริวารที่ตั้งอยู่ห่างจากโลกออกไปประมาณ 1.51 ล้านล้านล้านกิโลเมตร (160,000 ปีแสง) และประมาณ 1.89 ล้านล้านล้านกิโลเมตร (200,000 ปีแสง) ตามลำดับ

ดร. แอลลิสัน ยังบลัด (Allison Youngblood) นักวิทยาศาสตร์โครงการ TESS ประจำศูนย์ก็อดดาร์ด กล่าวเสริมว่า ยิ่งมีการใช้ระบบอัลกอริทึมอัตโนมัติวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของ TESS มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพบความประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะยานลำนี้ไม่เพียงแต่ค้นหาดาวเคราะห์ แต่ยังช่วยศึกษาธารดาวฤกษ์เกิดใหม่ พฤติกรรมอันทรงพลังของกาแล็กซี และช่วยเฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) ที่อยู่ใกล้โลกอีกด้วย

การเติมเต็มแผนที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนของยาน TESS ในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวต่อไปในอนาคต และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือประชาชนทั่วไปก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ ผ่านโครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง Planet Hunters TESS ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้วิธีการอ่านกราฟแสง เพื่อช่วยนักดาราศาสตร์ค้นหาสัญญาณของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงต่อไป ซึ่งไม่แน่ว่าผู้ค้นพบโลกใบใหม่อาจเป็นคุณ


ข้อมูลอ้างอิง: NASA/Jeanette Kazmierczak

  • NASA’s Planet-Hunting TESS Reveals Dazzling Night Sky